← Back to KHAO

พาณิชย์จับมือพันธมิตร บุก ‘หัวหิน’ ลุยเช็คบิลนอมินีอสังหาริมทรัพย์  แฉ...มีพฤติกรรมเปลี่ยนตัวกรรมการไทยเป็นต่างชาติ พบความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569  นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้มอบหมายให้ หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมทีมปราบนอมินี กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ลงพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมบูรณาการกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดยพลตำรวจเอกสำราญ นวลมา ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตำรวจท่องเที่ยว

Key facts

Summary

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “การลงพื้นที่หัวหินครั้งนี้เป็นการปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อตรวจค้นจับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในลักษณะนอมินีที่ใช้คนไทยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวอย่างผิดกฎหมาย โดยผลการลงพื้นที่พบบริษัทเป้าหมายหลายรายได้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลโดยใช้คนไทยเป็นกรรมการและร่วมถือหุ้น 100% จากนั้นในช่วงเวลาต่อมาได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นภายใน 6 เดือน

“จากการสืบสวนยังพบว่าทั้งผู้ถือหุ้นคนไทยและต่างชาติไม่รู้จักและมีความเกี่ยวข้องกันมาก่อนซึ่งผิดวิสัยในการทำธุรกิจอย่างมาก ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวยังได้ตรวจค้นตามหมายค้น 15 จุด โดย สตช.มีหมายจับต่างชาติ 45 ราย หมายเรียกคนไทย 39 ราย จับกุมตามหมายจับได้แล้ว 13 ราย รวมทั้งสิ้น 33 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งบริษัททั้งหมดประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการถือครองและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ”

“จากพฤติการณ์ของนิติบุคคลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการหลบเลี่ยงกฎหมายซึ่งเห็นว่าที่ผ่านมามีช่องทางในการจดทะเบียนโดยใช้นอมินีคนไทยช่วยเหลือสนับสนุนให้ต่างชาติประกอบธุรกิจและถือครองอสังหาริมทรัพย์ในลักษณะที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ที่กรมฯ ได้มีคำสั่งยกระดับมาตรการเพิ่มความเข้มข้นในการจดทะเบียนจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงนิติบุคคลที่จะอาศัยนอมินีได้ยากขึ้น ทำให้การจดทะเบียนที่ใช้คนไทยร่วมถือหุ้นกับคนต่างชาติ โดยคนต่างชาติถือหุ้นไม่ถึง 50%

Read full article at Ban Muang →