Thairath
สส.ปชน. เสนอ 5 แนวทาง เร่งยกระดับระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ลดเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ภาวุธ-อิสริยะ” สส.พรรคประชาชน เสนอ 5 แนวทาง ยกระดับระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ลดความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลในอนาคต แนะหน่วยงานที่พบความเสี่ยง บังคับรีเซ็ตรหัสทันที
Key facts
- เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ พร้อมด้วย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐรั่วไหล
- สส.พรรคประชาชน เสนอ 5 แนวทาง ยกระดับระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ลดความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลในอนาคต แนะหน่วยงานที่พบความเสี่ยง บังคับรีเซ็ตรหัสทันที
- หน่วยงานที่พบว่ามีความเสี่ยงรหัสผ่านรั่วไหล ควรบังคับรีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้งานทั้งหมดทันที พร้อมยุติการใช้งานรหัสผ่านเดิม เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลกลับมาใช้เข้าสู่ระบบซ้ำ
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ควรร่วมกับ สกมช. กำหนดมาตรฐานกลางด้านการบริหารจัดการระบบและการยืนยันตัวตนของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการใช้รหัสผ่าน รหัส OTP และวิธีการยืนยันตัวตน เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยในแนวทางเดียวกัน
- ควรปรับจากการใช้เพียงชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน มาเป็นระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย เช่น การใช้รหัส OTP หรือแอปพลิเคชันยืนยันตัวตน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันการเข้าสู่ระบบ แม้ชื่อผู้ใช้งานหรือรหัสผ่านจะรั่วไหล
- ควรลดการให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวซ้ำในแต่ละระบบ เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือเลขหลังบัตร โดยนำระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลกลางของภาครัฐ เช่น ThaID มาใช้ เพื่อช่วยลดการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่กระจัดกระจายและลดความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหล
Summary
นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ กล่าวว่า กรณีข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงภาพและข้อมูลของนายกรัฐมนตรีรั่วไหลในช่วงที่ผ่านมา อาจไม่ใช่การเจาะระบบจากช่องโหว่โดยตรง แต่เป็นการรั่วไหลของข้อมูลสำหรับการยืนยันตัวตน หรือ รหัสผ่านหลุด ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของภาครัฐที่มีมากกว่า 1,000 ระบบ ซึ่งแต่ละหน่วยงาน พัฒนาและบริหารจัดการแยกกัน ขณะที่หลายระบบใช้งานมานานกว่า 10 ปี และยังมีมาตรการรักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ ระบบเก่า
1. หน่วยงานที่พบว่ามีความเสี่ยงรหัสผ่านรั่วไหล ควรบังคับรีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้งานทั้งหมดทันที พร้อมยุติการใช้งานรหัสผ่านเดิม เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลกลับมาใช้เข้าสู่ระบบซ้ำ
3. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ควรบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กับหน่วยงานภาครัฐอย่างจริงจังเช่นเดียวกับภาคเอกชน แม้การรั่วไหลอาจไม่ได้เกิดจากเจตนา แต่หากเกิดจากความประมาท การออกแบบระบบที่ไม่รัดกุม หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอ หน่วยงานและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องควรมีความรับผิดชอบ พร้อมเร่งยกระดับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานมากขึ้น