Thai Post
ครม.รับทราบแผน ‘ฟรีซข้าราชการ’ ทยอยยุบกว่า 1 หมื่นหน่วยงาน วางกรอบ 8 ปี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ปกรณ์” เผย ครม.รับทราบแผนปฏิรูปกำลังพลภาครัฐ กำหนดอัตราข้าราชการปัจจุบันเป็นเพดานสูงสุด พร้อมหยุดตั้งสำนักงานส่วนกลางในภูมิภาคเพิ่มตั้งแต่วันนี้ ส่วนที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นหน่วยทยอยทบทวน-ยุบ ลดภาระงบประจำ ตั้งเป้าดำเนินการภายใน 8 ปี
Key facts
- 11 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 13.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการปฏิรูประบบกำลังข้าราชการภาครัฐว่า การปฏิรูปการจัดกำลังพลภาครัฐเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา
- ครม.รับทราบแผนปฏิรูปกำลังพลภาครัฐ กำหนดอัตราข้าราชการปัจจุบันเป็นเพดานสูงสุด พร้อมหยุดตั้งสำนักงานส่วนกลางในภูมิภาคเพิ่มตั้งแต่วันนี้ ส่วนที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นหน่วยทยอยทบทวน-ยุบ ลดภาระงบประจำ ตั้งเป้าดำเนินการภายใน 8 ปี
- คลังกู้แล้ว1.08แสนล้าน สนองหนูลดน้ำมัน2.5บ.
- 'ดร.โจ' จี้รัฐวาง 4 แนวทางเร่งด่วน แก้ไฟไหม้สถานบันเทิง ไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำอีก
- รัฐบาลเปิดผลสำรวจ ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ปี 68
- มั่นใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาททำถูกต้อง ลั่นไม่ต้องมีแผนสำรอง “สบน.”
Summary
11 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 13.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการปฏิรูประบบกำลังข้าราชการภาครัฐว่า การปฏิรูปการจัดกำลังพลภาครัฐเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์ด้านการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งงบประมาณกว่า 70% เป็นรายจ่ายประจำ ส่งผลให้งบประมาณสำหรับการลงทุนมีสัดส่วนน้อย รัฐบาลจึงเล็งเห็นปัญหาและพยายามหาแนวทางแก้ไข
นายปกรณ์กล่าวว่า นายปกรณ์กล่าวว่า วันนี้ได้เสนอเรื่องการบริหารจัดการกำลังพลภาครัฐต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะควบคุมอัตรากำลัง หรือ “ฟรีซข้าราชการ” (ตรึงจำนวนอัตรากำลังไม่ให้เพิ่มจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน) โดยให้ถือว่าอัตรากำลังที่มีอยู่ ณ ขณะนี้เป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่จะมีได้ พร้อมให้มีการใช้กำลังจากหน่วยงานอื่นร่วมกัน
ส่วนผลต่อการลดภาระงบประมาณจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอาจยังไม่เห็นผลชัดเจนภายใน 1-2 ปีนี้ ขณะที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการให้บริการประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล และจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปรับปรุงกำลังพลภาครัฐ