Kaohoon
KSL ครบ 80 ปี ปรับเกมธุรกิจ! ดัน “ความหวาน-พลังงาน” โตยั่งยืน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายชลัช ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 80 ปี กลุ่มน้ำตาลขอนแก่นเตรียมต่อยอดธุรกิจจากฐานอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ไปสู่ธุรกิจ “ความหวาน” และพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดยจะเปิดรับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาเสริมศักยภาพของกลุ่ม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่จากทรัพยากรที่มีอยู่
Key facts
- นายชลัช ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 80 ปี กลุ่มน้ำตาลขอนแก่นเตรียมต่อยอดธุรกิจจากฐานอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ไปสู่ธุรกิจ “ความหวาน”
- ด้านปริมาณอ้อยของ KSL ฤดูผลิตล่าสุดมีอ้อยเข้าหีบราว 8.5-9 ล้านตัน ขณะที่ฤดูผลิต 2569/70 หากปริมาณฝนยังอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และโรงงานสระแก้วสามารถเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังช่วงแรกของการเดินเครื่องยังมีข้อจำกัดด้านเครื่องจักร
- ด้านการลดการเผาอ้อย ปัจจุบันสัดส่วนอ้อยสดเพิ่มขึ้นเป็น 96.20% ขณะที่อ้อยเผาเหลือเพียง 3.80% สะท้อนความร่วมมือของภาครัฐ โรงงาน และเกษตรกรในการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาเก็บเกี่ยวอ้อยสดทำให้เกษตรกรมีต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น
- ด้านตลาดส่งออก นายชลัชระบุว่า ไทยส่งออกน้ำตาลประมาณ 70-80% ของปริมาณผลิตทั้งหมด ทำให้ราคาน้ำตาลโลกและอัตราแลกเปลี่ยนมีผลโดยตรงต่อรายได้ของอุตสาหกรรมและราคาอ้อย
Summary
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนสระแก้วอย่างใกล้ชิด โดยหากเกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงในช่วงฤดูหีบ จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานและเกษตรกรเป็นอันดับแรก ซึ่งอาจกระทบต่อการดำเนินงานในบางพื้นที่ได้
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป บริษัทจะใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบและผลพลอยได้จากอ้อยให้ครบวงจรมากขึ้น ทั้งกากอ้อยสำหรับผลิตพลังงานชีวมวลและไฟฟ้า กากน้ำตาลสำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมถึงปุ๋ยอินทรีย์ ขณะที่ธุรกิจเอทานอลได้ต่อยอดร่วมกับกลุ่มบางจากผ่าน BBGI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจชีวภาพ ทั้งเอทานอล ไบโอดีเซล และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
นายชลัชกล่าวว่า ปัจจุบัน “อ้อย” ไม่ได้มีบทบาทเพียงเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาล แต่สามารถนำไปต่อยอดเป็นไฟฟ้าชีวมวล เอทานอล ก๊าซชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์ หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มบทบาทของอ้อยในฐานะพลังงานหมุนเวียนของประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และสร้างรายได้กลับไปสู่เกษตรกรชาวไร่อ้อย