Prachachat
ม.301 สหรัฐบีบประมงไทย “กุ้ง” เสี่ยงเสียเปรียบราคา กรมประมงชี้ “ทูน่า” ยังแกร่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรมประมงประเมินผลมาตรา 301 สหรัฐ เก็บภาษีไทยเพิ่ม 12.5% ชี้โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่การดูแลแรงงานบังคับภายในไทย แต่เป็นกลไกควบคุมสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่เสี่ยงใช้แรงงานบังคับ วิเคราะห์ “ทูน่าไทย” ยังรักษาความสามารถแข่งขัน หลังครองส่วนแบ่งตลาดสหรัฐ 29.73% ขณะที่ “กุ้ง” เผชิญแรงกดดันหนัก คู่แข่งเอกวาดอร์-อินโดนีเซียเสียภาษีเพียง 10% เร่งปรับโครงสร้างต้นทุน พร้อมเดิน 5 มาตรการยกระดับระบบแรงงานและห่วงโซ่อุปทานประมงไทย
Key facts
- ไทยยังเป็นผู้ส่งออกไปตลาดสหรัฐอันดับ 1 มีส่วนแบ่ง 29.73% ของมูลค่าการนำเข้าทูน่าทั้งหมดของสหรัฐ คิดเป็นมูลค่า 574 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ซึ่งกรมประมงประเมินว่าเป็นสินค้าที่เผชิญความท้าทายด้านการแข่งขันมากกว่า โดยปัจจุบันไทยมีส่วนแบ่งในตลาดกุ้งสหรัฐเพียง 4.53% คิดเป็นมูลค่า 302 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- สหรัฐแบ่งอัตราภาษีนำเข้าเพิ่มเติมออกเป็น 2 กลุ่ม คือ อัตรา 10% สำหรับประเทศที่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับแล้ว หรือมีข้อผูกพันภายใต้ความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreements on Reciprocal Trade) จำนวน 16 ประเทศ เช่น แคนาดา
- กรมประมงประเมินผลมาตรา 301 สหรัฐ เก็บภาษีไทยเพิ่ม 12.5% ชี้โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่การดูแลแรงงานบังคับภายในไทย แต่เป็นกลไกควบคุมสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่เสี่ยงใช้แรงงานบังคับ วิเคราะห์ “ทูน่าไทย”
- ยังรักษาความสามารถแข่งขัน หลังครองส่วนแบ่งตลาดสหรัฐ 29.73% ขณะที่ “กุ้ง”
- เผชิญแรงกดดันหนัก คู่แข่งเอกวาดอร์-อินโดนีเซียเสียภาษีเพียง 10% เร่งปรับโครงสร้างต้นทุน พร้อมเดิน 5 มาตรการยกระดับระบบแรงงานและห่วงโซ่อุปทานประมงไทย
Summary
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยถึงผลกระทบจากกรณีผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ประกาศผลการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 แห่งพระราชบัญญัติการค้า ปี ค.ศ. 1974 ในประเด็นการกำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยถูกเรียกเก็บอากรนำเข้าเพิ่มเติมในอัตรา 12.5%
ผลการไต่สวนดังกล่าวครอบคลุม 60 เขตเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญของสหรัฐ โดยสหรัฐมองว่า การไม่กำหนดหรือไม่บังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่สมเหตุสมผลและสร้างภาระต่อการค้าของสหรัฐ
สำหรับประเทศไทย อธิบดีกรมประมงระบุว่า ประเด็นสำคัญที่สหรัฐมีข้อห่วงใยไม่ได้อยู่ที่การดูแลปัญหาแรงงานบังคับภายในประเทศไทย แต่เป็นกรณีที่ไทยยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่มีการใช้แรงงานบังคับ