Krungthep Turakij
UN เปิดรายงาน SDG 2026 โลกเหลือ 4 ปี บรรลุเป้าแค่ 15% หลายชาติหนี้พุ่ง วิกฤติรอบด้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
องค์การสหประชาชาติ ( United Nations : UN) ได้เปิดเผยรายงาน “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2026” ( The Sustainable Development Goals Report 2026 ) ซึ่งเป็นการประเมินสถานการณ์โลกในช่วงเวลาสำคัญที่ เหลือเพียง 4 ปีจะถึงเส้นตายในปี 2030
Key facts
- เป้าหมายหลักในการ ขจัดความยากจน (SDG 1) กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงัน ในปี 2026 ประชากรร้อยละ 10 ของโลก หรือประมาณ 826 ล้านคน ยังคงมีชีวิตอยู่ภายใต้ความยากจนขั้นรุนแรง (รายได้ต่ำกว่าประมาณ 99 บาทต่อวัน) ซึ่งลดลงเพียงเล็กน้อยจากร้อยละ 13 ในปี
- อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการบรรลุ SDG คือ ช่องว่างทางการเงิน ที่สูงถึงประมาณ 132 ล้านล้านบาทต่อปีในประเทศกำลังพัฒนา ในขณะที่หนี้ต่างประเทศของกลุ่มประเทศเหล่านี้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 293.7 ล้านล้านบาทในปี 2024
- ทางด้าน ความมั่นคงทางอาหาร (SDG 2) มีสัญญาณบวกเล็กน้อยเมื่อจำนวนผู้หิวโหยเรื้อรังลดลงเหลือ 645 ล้านคน (ร้อยละ 7.8) ในปี 2025 แต่รายงานเตือนว่า วิกฤติในตะวันออกกลางและสภาพอากาศที่สุดขั้วกำลังคุกคามความก้าวหน้านี้
- ที่รุนแรงขึ้น ข้อมูลจาก 57 ประเทศพบว่าความสามารถในการอ่านขั้นพื้นฐานของนักเรียนระดับประถมลดลงจากร้อยละ 59 ในปี 2012 เหลือเพียงร้อยละ 47 ในปี 2022 นอกจากนี้ยังมีเด็กและเยาวชนถึง 273 ล้านคนที่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน โดย 3 ใน 4
- ข้อมูลสถิติ รากฐานแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวน
- (Li Junhua) รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงบทบาทของสถิติทางการว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลสถิติทางการมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งแต่การตอบโต้โรคระบาด การติดตามผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศ
- ความเสมอภาคทางเพศ ต้องรออีกกว่าครึ่งศตวรรษ
- วิกฤติสภาพภูมิอากาศ สัญญาณเตือนขั้นสูงสุด
Summary
'กรุงเทพธุรกิจ' สรุปสาระสำคัญจากรายงานฉบับล่าสุดนี้ พบว่า แม้จะมีความก้าวหน้าในบางด้าน เช่น การเข้าถึงไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต แต่ในภาพรวมความก้าวหน้ากลับไม่เท่าเทียมและไม่เพียงพอ ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญจากความขัดแย้งที่พุ่งสูงขึ้น หนี้สินต่างประเทศ ที่ทับถม และ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ ที่ทุบสถิติความร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่ประเมินได้เพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่อยู่ในเกณฑ์บรรลุตามเป้าหมาย ขณะที่อีกร้อยละ 15 กำลังก้าวถอยหลังลงไปต่ำกว่าระดับฐานในปี 2015
"อันโตนิโอ กูเตอร์เรส" เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า โลกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะสิ่งที่ทุกประเทศเลือกทำในวันนี้ จะเป็นตัวตัดสินว่า ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะเดินหน้าต่อหรือถอยหลัง ขณะที่เหลือเวลาไม่ถึง 5 ปีในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2030
แต่ความก้าวหน้าที่ "กูเตอร์เรส" กล่าวข้างต้นยัง ไม่มากพอและเกิดขึ้นไม่เท่าเทียมกัน โดยโลกกำลังเผชิญทั้งเงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาที่ลดลง หนี้ของประเทศกำลังพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยังส่งผลต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน ปุ๋ย และอาหาร และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าและเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้มีเป้าหมาย SDGs ที่ประเมินได้เพียง 36% ที่กำลังเดินไปถูกทาง ขณะที่ 15% กลับถอยหลัง