Krungthep Turakij
เอกนิติ เตรียม 6 หมื่นล้านหนุนโซลาร์รูฟท็อป ครัวเรือนละ 50,000 - ดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบาย พลังงานสะอาด โดยใช้ เงินกู้จากพ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ในส่วนของวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลังนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจจะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
Key facts
- หลังจากหักส่วนลดเงินอุดหนุน 50,000 บาทแล้ว ประชาชนสามารถผ่อนชำระส่วนที่เหลือได้โดยหักจากมูลค่าค่าไฟฟ้าที่ลดลงในแต่ละเดือน เช่น หากประหยัดค่าไฟได้ 2,000 บาท อาจแบ่งจ่ายคืนธนาคาร 1,000 บาท และอีก 1,000 บาทเป็นส่วนลดค่าไฟที่ได้รับทันที
- โครงการนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากปัจจุบันไทยต้องนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศมาผลิตไฟฟ้าสูงถึง 60% ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและส่งถึงมือประชาชนภายใน 1 เดือนนี้”
- (Solar Rooftop) เพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
Summary
สำหรับรายละเอียดและกลไกสำคัญของโครงการนั้นอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโดยกระทรวงการคลังได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส. ) เพื่อปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำให้แก่ประชาชน โดยใช้เกณฑ์การพิจารณารูปแบบใหม่ที่ประเมินจากประวัติการใช้ไฟฟ้า ทำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องสำรองเงินก้อนใหญ่เอง
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ได้หารือกับกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง ( กฟน. ) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ( กฟภ. ) เพื่อเร่งผลักดัน โครงการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา หรือ " โซลาร์รูฟท็อป " (Solar Rooftop) เพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
โดยรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณสำหรับแผนงานด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานไว้เบื้องต้นประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาใช้ในโครงการโซลาร์รูฟท็อปเพื่อช่วยเหลือประชาชน ผ่านการมอบ เงินอุดหนุนในลักษณะเงินให้เปล่าจำนวน 50,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งมีเป้าหมายในโครงการนี้ 500,000 – 1,000,000 ครัวเรือน