Thairath
ทลายแก๊งนอมินีห้วยขวาง! จับร้านอาหาร-โรงแรมเถื่อน สั่งสอบปมอ้างจ่ายส่วย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึก มท.2 ลงพื้นที่ห้วยขวาง กวาดล้างโรงแรมเถื่อน ร้านอาหาร ซาลอน ฟันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เร่งสอบปมนอมินีและส่วยเจ้าหน้าที่รัฐ
Key facts
- แห่งที่ 1 อาคาร 6 ชั้น จำนวน 34 ห้อง โฆษณาปล่อยเช่าคืนละ 1,200 บาท ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท (จดทะเบียน มี.ค. 2568) กรรมการเป็นชาวจีน หุ้นส่วนคนไทย 51% คนจีน 49%
- แห่งที่ 2 อาคาร 6 ชั้น จำนวน 48 ห้อง โฆษณาปล่อยเช่าคืนละ 1,300 - 3,900 บาท ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท (จดทะเบียน มี.ค. 2568) กรรมการชาวไทยและสิงคโปร์ หุ้นส่วนคนไทย 99% สิงคโปร์ 1%
- แห่งที่ 3 อาคาร 7 ชั้น จำนวน 52 ห้อง โฆษณาปล่อยเช่าคืนละ 759 - 1,300 บาท ทุนจดทะเบียน 12 ล้านบาท (จดทะเบียน ก.พ. 2565) กรรมการชาวไทย 2 คน จีน 1 คน หุ้นส่วนคนไทย 96% จีน 4%
- นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.69 ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมด้วยทีมปราบนอมินี ของกรม ลงพื้นที่เขตห้วยขวางและพื้นที่ต่อเนื่อง
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึก มท.2 ลงพื้นที่ห้วยขวาง กวาดล้างโรงแรมเถื่อน ร้านอาหาร ซาลอน ฟันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เร่งสอบปมนอมินีและส่วยเจ้าหน้าที่รัฐ
- ผงะโฆษณาเว็บพนัน-อ้างจ่ายส่วยเจ้าหน้าที่รัฐ
Summary
ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการร่วมลงทุนกับคนต่างด้าว ซึ่งธุรกิจโรงแรม ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงร้านตัดผม เป็นธุรกิจตามบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ธุรกิจดังกล่าวจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีการใช้นอมินีเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งจากสัดส่วนการถือหุ้นพบว่ามีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นในสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 51 ทำให้บริษัทมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.69 ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมด้วยทีมปราบนอมินี ของกรม ลงพื้นที่เขตห้วยขวางและพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบสถานประกอบการตามแผนปฏิบัติการ ภายใต้การอำนวยการของรมช.มหาดไทย (มท.2) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี โดยได้ สนธิกำลังร่วมกันระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมการปกครอง (DOPA) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และกรมจัดหางาน
เจ้าหน้าที่ได้ส่งสายลับแฝงตัวเข้าพักในโรงแรมและคอนโดมิเนียมเป้าหมาย ก่อนเปิดปฏิบัติการตรวจค้นธุรกิจโรงแรมและคอนโดปล่อยเช่ารายวัน 3 แห่ง ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติและสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นนอมินี ดังนี้