Ban Muang
“ศ.ดร.สุชาติ” ซัดไทยอย่าปูพรมแดงให้ผู้นำรัฐประหาร ชี้ “จำเป็นต้องเจรจา แต่ไม่จำเป็นต้องเชิดชู”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความเห็นต่อกรณีรัฐบาลไทยจัดพิธีต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 โดยเห็นว่า การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ทั้งพรมแดงและกองทหารเกียรติยศ เป็นภาพที่สร้างความผิดหวังแก่ประชาชนที่ยึดมั่นในประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน และอาจส่งสัญญาณทางการเมืองเกินกว่าความจำเป็นทางการทูต
Key facts
- ศ.ดร.สุชาติ กล่าวว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้นำกองทัพที่ก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมจับกุมผู้นำฝ่ายพลเรือนและฝ่ายประชาธิปไตย
- นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากการเนรเทศและประหัตประหารชาวโรฮิงญา
- คำถามไม่ใช่ว่าไทยควรคุยกับเมียนมาหรือไม่ แต่คือ เราจะคุยอย่างไรโดยไม่ทำให้การรัฐประหารกลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับและเชิดชู”
Summary
“คำถามไม่ใช่ว่าไทยควรคุยกับเมียนมาหรือไม่ แต่คือ เราจะคุยอย่างไรโดยไม่ทำให้การรัฐประหารกลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับและเชิดชู” ศ.ดร.สุชาติกล่าว
ศ.ดร.สุชาติ กล่าวว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้นำกองทัพที่ก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมจับกุมผู้นำฝ่ายพลเรือนและฝ่ายประชาธิปไตย ก่อนที่เมียนมาจะเข้าสู่วิกฤตความรุนแรงและสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีการเลือกตั้งและกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การควบคุมของฝ่ายทหาร แต่กระบวนการดังกล่าวยังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องความเสรีและความโปร่งใส
พร้อมเสนอว่า หากไทยต้องการยกระดับความสัมพันธ์กับรัฐบาลเมียนมา ควรใช้ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอำนาจต่อรอง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการยุติการโจมตีพลเรือน เปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงประชาชน การปล่อยนักโทษทางการเมือง การเปิดการเจรจากับทุกฝ่าย และการร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ และการค้ามนุษย์ตามแนวชายแดน