iLaw
4 เหตุผล ทำไม กกต. ต้อง “สั่งฟ้อง สว.” และผู้ต้องหาคดีโกงเลือก สว. ทั้งหมด 229 คน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เส้นตายของการพิจารณาคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 หรือ “คดีโกงเลือก สว.” กำลังงวดเข้ามาทุกที หลังจากสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า กกต. ชุดใหญ่ 7 คน จะประชุมพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายในปลายเดือนสิงหาคม 2569
Key facts
- เส้นตายของการพิจารณาคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 หรือ “คดีโกงเลือก สว.”
- ที่มาของ สว. ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 107 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (พ.ร.ป. สว.ฯ) กำหนดให้มาจากการ “แบ่งกลุ่ม-เลือกกันเอง”
- ด่านที่สี่ กกต. ชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาด ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำนวนไปดำเนินการ โดยสำนักงาน กกต. ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ระบุว่า กกต. กำหนดประชุมเพื่อพิจารณาคดีโกงเลือก สว.
- ปัจจุบัน (10 สิงหาคม 2569) กระบวนการเลือก กกต. คนสุดท้าย กำลังอยู่ในชั้นคณะกรรมการสรรหา การสั่งฟ้องสว. จึงเป็นหนทางที่จะสามารถลดข้อครหาต่อ กกต. ได้
- แม้ความมุ่งหมายของวิธีการเลือก สว. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 จะต้องการได้สมาชิกสภาสูงที่มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพที่แต่ละคนสมัครเข้ามา แต่ ผลลัพธ์สุดท้าย กลับกลายเป็นความสงสัยในกระบวนการได้มาซึ่ง สว.
- สว. 2567: ปากคำพยาน 4 ปาก แฉขั้นตอนเชิงลึก เมื่อเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย วางระบบโกงเลือกสว.
Summary
มาตรา 62 วรรคแรก ของพ.ร.ป. สว.ฯ ระบุว่า หากมี หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัคร สว. หรือผู้ใดกระทำการอันเป็นทุจริตในการเลือก สว. หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือก สว. ไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น
ที่มาของ สว. ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 107 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (พ.ร.ป. สว.ฯ) กำหนดให้มาจากการ “แบ่งกลุ่ม-เลือกกันเอง” ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง กีดกันการมีส่วนร่วมของประชาชนออกไป ผลลัพธ์ที่ได้คือ มีกลุ่ม สว. เสียงข้างมากที่หนาแน่น เกาะกลุ่ม ลงมติไปในทางเดียวกัน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคการเมืองชื่อ ภูมิใจไทย จนได้ฉายาว่า “สว. สีน้ำเงิน”
ดังนั้นผลของคดีนี้ หากศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดดังกล่าว ร้ายแรงที่สุดคือศาลพิพากษาให้จำคุก สำหรับผู้ที่เป็น สว. หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ก็ตาม หากต้องคำพิพากษาให้จำคุก หรือถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ก็จะ พ้นจากตำแหน่ง สว. หรือ สส. เพราะมีลักษณะต้องห้าม อย่างไรก็ตาม หาก กกต. พิจารณาสั่งไม่ฟ้อง คดีโกงเลือก สว. ที่สืบสวนไต่สวนกันมาก็จะตกไป ไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาโดยศาล