The Standard
อว.-กองทัพอากาศ แถลงผลข้อตกลงนโยบายชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ หนุน 9 นักเรียนทุนไทยศึกษาเทคโนโลยีจากสวีเดน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนระยะที่ 1 รุ่น Gripen E/F ของกองทัพอากาศ นำไปสู่ข้อตกลงการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (Defence Offset) ร่วมกับบริษัท SAAB AB ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นนโยบายที่เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การกำหนดเงื่อนไขให้ประเทศผู้ขายต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี มอบสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีและลดการพึ่งพาต่างชาติในระยะยาว
Key facts
- วันนี้ (24 กรกฎาคม) ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติดอนเมือง กองทัพอากาศร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการแถลงข่าวความร่วมมือด้านเทคโนโลยีภายใต้โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง Gripen E/F
- การจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนระยะที่ 1 รุ่น Gripen E/F ของกองทัพอากาศ นำไปสู่ข้อตกลงการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (Defence Offset) ร่วมกับบริษัท SAAB AB ประเทศสวีเดน
- นอกจากนี้ยังมีผู้รับทุน 1 คน คือ เรืออากาศตรี อานนทณัฏฐ์ เฉยเฟื้อง สำเร็จการศึกษาจาก University of New South Wales Canberra เข้าศึกษาหลักสูตรความมั่นคงทางไซเบอร์ ณ Linköping University (LiU)
- กระบวนการในระยะต่อไป กองทัพอากาศจะจัดการประชุมติดตามความคืบหน้าร่วมกับบริษัท SAAB AB เพื่อหาข้อสรุปด้านข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญา และนำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์อย่างเป็นทางการ การจัดหาอากาศยานในครั้งนี้
Summary
การถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี Link-T (Transfer of Technology: ToT) ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายสำคัญในการปฏิบัติการร่วมทางทหาร กองทัพอากาศและบริษัท SAAB AB ได้จัดทำแผนดำเนินงานและเตรียมส่งกำลังพลเข้ารับการฝึกอบรม
วันนี้ (24 กรกฎาคม) ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติดอนเมือง กองทัพอากาศร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการแถลงข่าวความร่วมมือด้านเทคโนโลยีภายใต้โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง Gripen E/F ระยะที่ 1
การดำเนินการขอรับสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของระบบ Link-T (Intellectual Property Right: IPR) ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนพิจารณาร่างข้อตกลงการอนุญาตใช้สิทธิ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปพัฒนาและต่อยอดได้ด้วยตนเองในอนาคต