Matichon
ฮุน มาเนต มองสหรัฐคว่ำบาตร ‘ลียงพัด-ก๊กอัน’ เป็นเรื่องส่วนตัว ยันเขตศก.พิเศษไม่ได้ถูกใช้เป็นที่ตั้งแก๊งคอล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ให้สัมภาษณ์ “เอฟริล ฮง” และมีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม โดยนายกฯกัมพูชาได้ให้สัมภาษณ์หลายประเด็นด้วยกัน หนึ่งในประเด็นที่ถูกถาม คือเรื่องที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า พบเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในภูมิภาคแม่น้ำโขง เช่นที่ ปอยเปต ในกัมพูชา
Key facts
- สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ให้สัมภาษณ์ “เอฟริล ฮง”
- ฮุน มาเนต ยังบอกด้วยว่า ทางการกมพูชา ได้ปิดศูนย์หลอกลวงที่ผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 670 แห่ง และได้ขยายการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับบรรดาพันธมิตร บังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญ นอกจากนี้
- ฮุน มาเนต กล่าวว่า ตนได้สั่งการอย่างเข้มงวดไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคงของกัมพูชา หน่วยงานที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น และหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษใดถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรม หากพบว่า
Summary
ฮุน มาเนต ยังบอกด้วยว่า ทางการกมพูชา ได้ปิดศูนย์หลอกลวงที่ผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 670 แห่ง และได้ขยายการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับบรรดาพันธมิตร บังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่หลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งการปลดนายพล ระดับ 1 2 และ 3 ดาว และผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกีย่วข้อง หรือไม่มีส่วนร่วมรกับการปราบปรามดังกล่าว่
ฮุน มาเนต กล่าวว่า ตนได้สั่งการอย่างเข้มงวดไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคงของกัมพูชา หน่วยงานที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น และหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษใดถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรม หากพบว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษใดถูกใช้เป็นที่หลบซ่อนของอาชญากร พวกเขาจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เช่นเดียวกับคนอื่นๆ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบหลักฐานใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้
โดยฮุน มาเนต ได้ประกาศให้คำมั่นว่า จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยการการดำเนินงานของเครือข่ายอาชญากรในประเทศ ท่ามกลางการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์อย่าต่อเนื่อง พร้อมกับปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมหลอกลวงทางออนไลน์