Naewna
เอกนิติ ชี้ภาษีสหรัฐฯ กระทบไทย แต่ไม่มาก เหตุสินค้าหลายกลุ่มได้ยกเว้น เร่งเจรจา IPEF
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
“เอกนิติ” ชี้ภาษีสหรัฐฯ กระทบไทย แต่ไม่มาก บอกเหตุสินค้าหลายกลุ่มได้ยกเว้น เร่งเจรจา IPEF ลดแต้มต่อคู่แข่ง ใช้แรงงานบังคับเป็นโจทย์ยกระดับประเทศ
Key facts
- วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้า 12.5% กับประเทศคู่ค้ากว่า 37 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย
- ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชัง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- สิ่งที่สำคัญคือเราต้องรีบเจรจากับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพราะประเทศอื่นที่เจรจาเสร็จแล้ว เขาได้อัตรา 10% แต่ไทยยังไม่ได้ ตรงนี้ท่านศุภจีกำลังเร่งดำเนินการอยู่”
Summary
วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้า 12.5% กับประเทศคู่ค้ากว่า 37 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งประเมินผลกระทบและเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้คือไทยต้องเร่งเจรจากับสหรัฐอเมริกา เพราะยังมีบางกรอบความร่วมมือที่ประเทศไทยยังดำเนินการไม่เสร็จ โดยเฉพาะ Indo-Pacific Economic Framework หรือ IPEF ซึ่งบางประเทศเจรจาเสร็จแล้วและได้รับอัตราภาษีที่ 10% ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการผลักดันให้ได้ข้อยุติ
นายเอกนิติ กล่าวว่า หากไทยสามารถเจรจาได้เร็ว ผลกระทบจากมาตรการภาษีจะลดลง ขณะเดียวกันรัฐบาลควรใช้จังหวะที่สหรัฐฯ หยิบยกประเด็นแรงงานบังคับขึ้นมา เป็นโอกาสในการปฏิรูปและยกระดับมาตรฐานของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งการยกระดับมาตรฐานแรงงานและกระบวนการผลิต ไม่ควรมองเป็นเพียงเงื่อนไขจากต่างประเทศ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว เพราะเมื่อมาตรฐานไทยเทียบเท่าประเทศคู่แข่งได้ ต้นทุนทางการค้าจากมาตรการกีดกันจะลดลง และผู้ประกอบการไทยจะมีพื้นที่แข่งขันมากขึ้น