Thairath
“เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
“เศรษฐา ทวีสิน” นำธง “แสนสิริ” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
Key facts
- วันที่ 24 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เข้ารับมอบรางวัลเกียรติยศ Prime Minister's Thailand Zero Dropout Plus Award ประจำปี 2569 จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดัน
- (พ.ศ. 2565–2570) ดึงเด็กนอกระบบให้กลายเป็นศูนย์ และมีการบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส กำหนดให้งบประมาณ ไม่น้อยกว่า 80% ส่งตรงถึงทุนเด็กและกิจกรรมช่วยเหลือโดยตรง และใช้สำหรับการบริหารจัดการ/วิจัยไม่เกิน 20% เท่านั้น
- คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ”
- พื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำหลากหลาย สู่โมเดลต้นแบบระดับชาติในโครงการ “Thailand Zero Dropout: เด็กทุกคนต้องได้เรียน”
- ในฐานะภาคเอกชนผู้นำร่องสร้างความเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
- Prime Minister's TZD+ Award (Thailand Zero Dropout Plus) ประจำปี 2569 ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้กลายเป็นภารกิจแห่งชาติในการคืนโอกาสและอนาคตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาไทย
Summary
นับเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของวงการการศึกษาไทย เมื่อ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ได้รับมอบ “รางวัลเกียรติยศเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ” Prime Minister's TZD+ Award (Thailand Zero Dropout Plus) ประจำปี 2569 ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้กลายเป็นภารกิจแห่งชาติในการคืนโอกาสและอนาคตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาไทย ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของโมเดลการทำงานที่มุ่งเน้น “ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง”
สิ่งที่ทำให้โครงการ “Zero Dropout” โดดเด่นและแตกต่างจากโครงการเพื่อสังคมขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่อื่นๆ ในประเทศ คือการที่แสนสิริเลือกสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในพื้นที่ โดยตัดสินใจเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยากที่สุด ด้วยการปักหมุดเลือกจังหวัดราชบุรี พื้นที่ที่มีสถิติเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามากอันดับต้นๆ ของประเทศ และมีความเหลื่อมล้ำหลากหลาย ยกระดับให้เป็น “Sandbox”
นายเศรษฐา กล่าวว่า “เงิน 100 ล้านบาท ที่ได้จากการระดมทุนของแสนสิริในวันนั้น อาจไม่สามารถช่วยเหลือเด็กได้ทั้งประเทศ แต่ถือเป็นการจุดประกายให้เกิดการลงมือทำเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้ทุกภาคส่วนหันมาช่วยกัน และเมื่อส่งไม้ต่อมาในหมวกของผู้นำประเทศ จึงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมให้เด็กทุกคนเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างเท่าเทียม ในวันนี้ ผมอยากให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะบริษัทเอกชน ถ้าเรามี สัก 20 องค์กร ค่อยๆ ช่วยทีละจังหวัด ผมเชื่อว่าในอีก 5-10 ปี