Kaohoon
BH ชู “Complete Heart Failure Care” ผสานทีมแพทย์-เทคโนโลยีขั้นสูง เพิ่มโอกาสรอดชีวิต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ชู “Complete Heart Failure Care” ผสานทีมแพทย์และเทคโนโลยีขั้นสูง ดูแลผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ ย้ำการส่งต่อผู้ป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการตัดสินใจรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม เพิ่มโอกาสรอดชีวิต ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาด้วยยา การใช้ ECMO และ Impella การปลูกถ่ายหัวใจ ไปจนถึงการฟื้นฟูเพื่อกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ
Key facts
- บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ชู “Complete Heart Failure Care”
- สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันโรคหัวใจ ชั้น 14 อาคาร A (คลินิก) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร. 065 509 9198 (8:00-20:00 น.) หรือ 02 066 8888 (20:00-8:00 น.)
- ด้าน ร.ต.อ.นพ.สกลวัชร มนต์ไตรเวศย์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ มัณฑนากรหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นวิกฤตหรือภาวะช็อก ทุกนาทีมีความหมายต่อโอกาสรอดชีวิต
Summary
โดยเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต คือการส่งต่อผู้ป่วยมายังทีม Advanced Heart Failure ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Early Referral) โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการทรุดลง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน เพื่อให้ทีมแพทย์มีเวลาในการประเมินและพิจารณาทางเลือกการรักษาขั้นสูง ก่อนที่ภาวะหัวใจล้มเหลวจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญอื่น
โดยยกกรณีของคุณ Timothy ผู้ป่วยชายวัย 64 ปี ที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงมานานกว่า 15 ปี แม้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่อาการทรุดลงอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่ภาวะวิกฤตและต้องใช้เทคโนโลยีพยุงการทำงานของหัวใจ ทั้งการใส่ Pacemaker การใช้ CRT-D การทำ MitraClip และการรักษาด้วยยา เมื่อประเมินว่าหัวใจไม่สามารถฟื้นตัวได้เพียงพอ การปลูกถ่ายหัวใจจึงเป็นทางเลือกสำคัญ โดยตลอดเส้นทางการรักษาต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ ตั้งแต่อายุรแพทย์โรคหัวใจด้านหัวใจล้มเหลว
ด้าน ร.ต.อ.นพ.สกลวัชร มนต์ไตรเวศย์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ มัณฑนากรหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นวิกฤตหรือภาวะช็อก ทุกนาทีมีความหมายต่อโอกาสรอดชีวิต ทีมแพทย์จึงต้องประเมินและเลือกใช้เทคโนโลยีพยุงชีพในจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจพิจารณาใช้ ECMO เพื่อช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ร่วมกับ pVAD หรือ Impella ซึ่งช่วยลดภาระการทำงานและความดันภายในหัวใจ หรือที่เรียกว่า ECPELLA