Thansettakij
เปิดสภาคนรุ่นใหม่ กทม. รับฟัง 3 นโยบายพัฒนาเมือง ทางเท้า-ผู้ดูแลออทิสติก-จักรยาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เปิดสภาเมืองคนรุ่นใหม่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แลกเปลี่ยนแนวคิดการแก้ปัญหาเมือง ผ่าน Design Thinking 5 กระบวนการ ผู้บริหาร กทม. ขนทัพรับฟัง นโยบายพัฒนาเมือง โฟกัส ทางเท้า-ผู้ดูแลออทิสติก-จักรยาน
Key facts
- เปิดประชุมสภาเมืองคนรุ่นใหม่ 3 ทีม พร้อมข้อเสนอ
- Team ”Bike4All“ เสนอนโยบาย WHEEL (Walkable & Human-centered Environment for Emissions-Light mobility) ทีมเสนอนโยบายยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคนปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถานีจอด เส้นทางเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ และระบบเช่าจักรยานที่สะดวกสบาย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดมลพิษทางอากาศและคืนสุขภาพดีให้คนเมือง
- (9 ส.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สภากรุงเทพมหานคร รับฟังการนำเสนอนโยบายเพื่อพัฒนากรุงเทพมหานคร ณ อาคารไอราวัตพัฒนา
- สร้าง Prototype คือ แทนที่จะนำแนวทางแก้ไขปัญหาไปบังคับใช้พร้อมกันในทุกพื้นที่ (เช่น ทำพร้อมกันทั้ง 50 เขต) ควรเริ่มต้นจากการสร้างแบบจำลองหรือพื้นที่ต้นแบบก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางดังกล่าวเป็นคำตอบที่ถูกต้องและใช้ได้จริง
Summary
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดการแก้ปัญหาเมือง ผ่านกระบวนการ Design Thinking ซึ่งมี 5 กระบวนการ โดยกล่าวว่า จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือต้องเข้าใจปัญหาก่อน ถ้าเรานั่งอยู่ในออฟฟิศ ไม่มีทางที่จะเข้าใจปัญหาของชาวบ้านต้องลงไปเดิน พอลงไปก็จะเข้าใจปัญหาว่าปัญหาคืออะไร นั่นคือจุดเริ่มต้นของคำว่า Empathy ถือเป็นหัวใจของการเข้าใจปัญหา
การระดมความคิดหาทางแก้ไข คือการคิดหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้จำนวนหลากหลายและมากที่สุด โดยมีข้อแนะนำสำคัญคือ อย่าเพิ่งหลงรักคำตอบหรือไอเดียแรกของตัวเอง แต่ควรเปิดกว้างรับไอเดียอื่น ๆ ชวนคนมาร่วมคิดและระดมเขียนไอเดียออกมาให้มากที่สุดก่อนจะค่อย ๆ คัดออก
ถัดมาคือการระบุปัญหาให้ถูกต้องมีความสำคัญมาก หากนิยามปัญหาผิดจะไม่มีทางได้ทางแก้ไขที่ถูกต้องเลย ตัวอย่างเช่น ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ หากนิยามว่าถนนไม่พอและแก้ด้วยการสร้างถนนเพิ่ม ปัญหาก็ไม่มีวันจบเพราะปริมาณรถมีมากเกินไป แต่หากนิยามใหม่ว่าปัญหาคือระบบขนส่งสาธารณะไม่ดีพอ ซึ่งหากระบบขนส่งสาธารณะดี ประชาชนก็จะไม่อยากขับรถยนต์ส่วนตัวที่ต้องเสียทั้งค่าประกันและค่าจอดรถราคาแพง