Ban Muang
พาณิชย์ร่วมลงพื้นที่ห้วยขวาง ตามแผนปฏิบัติการ มท. 2 ลุยตรวจโรงแรมปล่อยเช่ารายวัน ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซาลอน พบต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงนอมินี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมด้วยทีมปราบนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่เขตห้วยขวางและพื้นที่ต่อเนื่องตรวจสอบสถานประกอบการตามแผนปฏิบัติการ (Operation) ภายใต้การอำนวยการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี โดยการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังร่วมกันระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก
Key facts
- ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการร่วมลงทุนกับคนต่างด้าว ซึ่งธุรกิจโรงแรม ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงร้านตัดผม เป็นธุรกิจตามบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
- อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีการดัดแปลงจากห้องแถว และไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการไม่ได้ขออนุญาตการดัดแปลงอาคารเป็นโรงแรม บันไดหนีไฟไม่ได้มาตรฐาน โดยมีหญิงไทยแสดงตัวอ้างเป็นเจ้าของ ในการจดทะเบียนบริษัทร่วมกับคนจีน
Summary
ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการร่วมลงทุนกับคนต่างด้าว ซึ่งธุรกิจโรงแรม ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงร้านตัดผม เป็นธุรกิจตามบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ธุรกิจดังกล่าวจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีการใช้นอมินีเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งจากสัดส่วนการถือหุ้นพบว่ามีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นในสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 51 ทำให้บริษัทมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมด้วยทีมปราบนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่เขตห้วยขวางและพื้นที่ต่อเนื่องตรวจสอบสถานประกอบการตามแผนปฏิบัติการ (Operation) ภายใต้การอำนวยการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี โดยการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังร่วมกันระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีการดัดแปลงจากห้องแถว และไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการไม่ได้ขออนุญาตการดัดแปลงอาคารเป็นโรงแรม บันไดหนีไฟไม่ได้มาตรฐาน โดยมีหญิงไทยแสดงตัวอ้างเป็นเจ้าของ ในการจดทะเบียนบริษัทร่วมกับคนจีน ซึ่งเป็นเพื่อนของสามีที่เป็นชาวจีนเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 5 คน กระทำความผิดกรณีทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ 1 คน ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด 2 คน และไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง