Krungthep Turakij
'ไทย–เมียนมา' เกมวัดใจบนหลักประกันเปราะบาง จับตา 'มิน ออง หล่าย' พิสูจน์มิตรภาพ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) วิเคราะห์สถานการณ์ไทย-เมียนมาว่า การที่ประเทศไทยมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาในครั้งนี้ เปรียบเสมือน “เกมวัดใจ” บนหลักประกันที่ยังไม่แข็งแรง เพราะการดำเนินนโยบายในลักษณะดังกล่าวของไทยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลเมียนมาว่า ไทยเป็นมิตร เป็นประเทศที่พึ่งพาได้ และจะไม่หักหลัง
Key facts
- ประการแรก ประเทศไทยกำลังจะเป็นประธานและเจ้าภาพอาเซียนในปี 2571 ดังนั้น หากในช่วงเวลานี้ไทยสามารถเข้าไปช่วยประสานงานด้านกระบวนการสันติภาพ และช่วยผลักดันให้เมียนมากลับเข้าสู่การมีส่วนร่วมในอาเซียนได้อย่างเต็มตัว
- ถือเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างเหมาะสมสำหรับประเทศไทยในการมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมา ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ
- ประการที่สอง พล.อ.มิน ออง หล่าย เพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แม้จะยังไม่มีความชอบธรรมอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีสัญญาณว่าเขายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมหาอำนาจสำคัญอีก 2 ประเทศ คือ จีนและอินเดีย
- ข้อวิพากษ์วิจารณ์จะถาโถมสู่ประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าไทยไม่เคยเจอ เพราะครั้งหนึ่งหลังเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1988 และการล้มการเลือกตั้งในปี ค.ศ. 1990
Summary
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ ไทยจะสามารถคาดหวังการดำเนินงานจากรัฐบาลทหารเมียนมาได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากพิจารณาจากพัฒนาการทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ไขได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการเปิดทางให้เมียนมากลับเข้าสู่อาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ หรือกระบวนการสันติภาพภายในประเทศ
ที่ผ่านมา พัฒนาการทางการเมืองของเมียนมาพิสูจน์ให้เห็นว่า การเมืองภายในประเทศมีการควบคุมตัวเองมาโดยตลอด ขณะที่ปัจจัยภายนอกแทบไม่มีอิทธิพลมากพอที่จะขับเคลื่อนกระบวนการทางการเมืองภายในเมียนมาได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องการพิสูจน์ให้เห็นถึงความพร้อมที่จะเป็นมิตรกับเมียนมาในทุกมิติ แม้ต้องแบกรับข้อวิจารณ์หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ ดังนั้น รัฐบาลเมียนมาเองก็จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า หลังจากนี้สามารถดำเนินการในทิศทางที่สอดคล้องกับสิ่งที่ไทยคาดหวังได้มากน้อยเพียงใด