Thansettakij
ทรัมป์ขึ้นภาษียา 100% ไทยไม่เจ็บโดยตรง เกมแย่งฐานผลิตโลกเพิ่งเริ่ม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สหรัฐเดินหน้าดึงฐานผลิตยาสามัญกลับประเทศ หวังลดพึ่งพาการนำเข้า ขณะที่ข้อมูลส่งออกชี้ไทยไม่ได้พึ่งตลาดอเมริกา โดยปี 2568 ส่งออกผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ไปสหรัฐเพียง 1,044 ล้านบาท หรือราว 5% แต่โจทย์ใหญ่คือการแข่งขันรอบใหม่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาโลก
Key facts
- ไทยไม่ใช่เป้าหมายหลัก ส่งออกไปสหรัฐไม่ถึง 5%
- ข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร ระบุว่า ปี 2568 ไทยมีการส่งออกสินค้ากลุ่ม ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ ซึ่งครอบคลุมสินค้ายาและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง มูลค่ารวม 21,505 ล้านบาท
- โจทย์ใหญ่ไทย ไม่ใช่ภาษี แต่คือการยกระดับห่วงโซ่ยา
- Generic Drug ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ทั้งหมด
- อันดับ 4 ฟิลิปปินส์ มูลค่า 1,571 ล้านบาท
- บทสรุปเบื้องต้นจากตัวเลขการส่งออกยาของไทยไปสหรัฐชี้ว่า ไทยอาจไม่ได้เป็นเป้าหมายหลักของมาตรการขึ้นภาษียาสามัญของสหรัฐ เพราะตลาดอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 5% ของการส่งออกผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ไทย แต่สิ่งที่ไทยไม่ควรมองข้าม
Summary
แต่สิ่งที่ไทยต้องจับตาคือ "เกมแย่งฐานผลิตยาโลก" ที่กำลังเริ่มต้นขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการลงทุนและการแข่งขันของอุตสาหกรรมยาในระยะยาว
จากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ประกาศแผนปรับขึ้นภาษีนำเข้ายาสามัญ (Generic Drugs) โดยจะเริ่มเก็บภาษีในอัตรา 100% ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2028 และเพิ่มเป็น 200% ในเดือนสิงหาคม 2029 หากบริษัทผู้ผลิตไม่ตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรภายในสหรัฐตามกรอบเวลาที่กำหนด ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมยาโลกอีกครั้ง
มาตรการของทรัมป์ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการทางการค้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการนำอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์กลับมาผลิตภายในประเทศ (Reshoring)โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยา ซึ่งหลังเกิดวิกฤตโควิด-19 หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงด้านยา (Drug Security) มากขึ้น