Matichon
จับทิศ ‘ขนส่งทางเรือ-ทางบก’ ครึ่งหลังปี’69
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ด้านความมั่นคงทางทะเล ภายหลังเหตุปะทะซ้ำแล้วซ้ำอีกและไม่ชัดเจนว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่และอย่างไร ส่งผลต่อเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือช่องแคบบับเอล-มันเดบ รวมถึงกระทบไปทุกมิติ ทั้งการค้าขาย ส่งออกนำเข้า ต้นทุนและราคาสินค้า/บริการ
Key facts
- ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถไตรมาส 2 สูงขึ้น 11.3% เป็นการปรับตัวสูงขึ้นของรถทุกประเภท ดังนี้ รถกระบะบรรทุกสูงขึ้น 12% รถพ่วงสูงขึ้น 11.3% รถตู้บรรทุกสูงขึ้น 12.5% รถบรรทุกเฉพาะกิจสูงขึ้น 6.1%
- ด้านความมั่นคงทางทะเล ภายหลังเหตุปะทะซ้ำแล้วซ้ำอีกและไม่ชัดเจนว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่และอย่างไร ส่งผลต่อเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือช่องแคบบับเอล-มันเดบ รวมถึงกระทบไปทุกมิติ ทั้งการค้าขาย ส่งออกนำเข้า ต้นทุนและราคาสินค้า/บริการ
- ในแง่ผู้ประกอบการมองอย่างไร และปรับตัวได้แค่ไหน
- ด้าน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาส 2 เทียบกับไตรมาสเดียวกันปี 2568 ปรับสูงขึ้นเป็นไตรมาสที่ 2
Summary
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า ในความเป็นจริง มีจำนวนเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงต่อเนื่อง มาตั้งแต่ช่วงแรกของการปะทะแล้ว นอกเหนือประเด็นสินค้าและค่าน้ำมัน ในแง่การขนส่งสินค้า สำหรับตลาดภายในอ่าวเปอร์เซีย ต้องมีการขนถ่ายสินค้าต่อเนื่องจากทางบก โดยอาศัยท่าเรือภายนอกปากช่องแคบ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการส่งสินค้าและระยะเวลาส่งมอบสินค้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนในตลาดตะวันออกกลางอื่นๆ นอกเหนือจากภายในอ่าวเปอร์เซีย
แม้ตลาดตะวันออกกลางจะไม่ได้เป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย (เพียงแค่ 3%) แต่กลุ่มสินค้าที่มีตลาดอยู่ในตะวันออกกลาง เป็นกลุ่มเฉพาะที่ได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มสินค้าต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ กลุ่มยานยนต์และส่วนประกอบที่มีมูลค่าส่งออกไปตะวันออกกลางสูง และหดตัว 40% ตั้งแต่ต้นปี สถานการณ์ที่ยืดเยื้อสร้างแรงกดดันให้สินค้ากลุ่มนี้หดตัวมากขึ้น และเสี่ยงกระทบมูลค่ารวมมากสุด ส่วนข้าวก็หดตัวรุนแรง 65% ตั้งแต่ต้นปี สะท้อนความเสี่ยงด้านอุปสงค์ที่ชัดเจน
ขณะนี้ สายเรือและผู้ส่งออกไทย ปรับแผนมาตั้งแต่ช่วงแรกของเหตุปะทะตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ และคงแผนเดิมมาโดยตลอด คือตลาดภายในอ่าวเปอร์เซีย ต้องอาศัยท่าเรือภายนอกปากช่องแคบ ในการขนถ่ายสินค้าต่อเนื่องไปทางบก ส่วนตลาดตะวันออกกลางอื่นๆ ภายนอกเจอกับภาวะแออัด โดยสถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้น ซ้ำร้ายยังแย่ลงเรื่อยๆ สาเหตุหลักจากหลายท่าเรือไม่ได้สร้างไว้รองรับปริมาณสินค้ามหาศาลที่กำลังเผชิญตอนนี้