Siam Blockchain
BlackRock แท็กทีม Coinbase ระดมทุน $15M ปกป้อง Bitcoin จากควอนตัม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
กลุ่มบริษัทชั้นนำในตลาดคริปโตจำนวนเก้าแห่งซึ่งรวมถึง BlackRock และ Coinbase ได้จัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อระดมทุนร่วมกันกว่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดระยะเวลาสามปีเพื่อสนับสนุนการวิจัยด้านความปลอดภัยและการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซของเครือข่าย
Key facts
- กลุ่มบริษัทชั้นนำในตลาดคริปโตจำนวนเก้าแห่งซึ่งรวมถึง BlackRock และ Coinbase ได้จัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อระดมทุนร่วมกันกว่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดระยะเวลาสามปีเพื่อสนับสนุนการวิจัยด้านความปลอดภัยและการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซของเครือข่าย
- เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้คือการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมพร้อมทั้งเตรียมเผยแพร่ข้อมูลสถานะความปลอดภัยของเครือข่ายให้นักลงทุนและสาธารณชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการเงินทุนจะไม่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มพันธมิตรแต่สมาชิกแต่ละรายจะมีสิทธิเลือกสนับสนุนนักพัฒนาหรือองค์กรวิจัยด้วยตนเองโดยกลุ่มยืนยันว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือชี้นำทิศทางการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลหลักของเครือข่าย
Summary
เนื่องจากความร่วมมือของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยระดับโครงสร้างพื้นฐานเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงทางเทคโนโลยีในอนาคต
กลุ่มบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนเก้าแห่งได้ประกาศจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรด้านความปลอดภัยของ Bitcoin โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการพัฒนาระบบโอเพนซอร์ซ สมาชิกในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยสถาบันการเงินและองค์กรขนาดใหญ่อย่าง BlackRock Coinbase ARK Invest Block Fidelity Digital Assets และ Galaxy ซึ่งบรรดาสมาชิกได้ให้คำมั่นที่จะมอบเงินทุนสนับสนุนรวมกันถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสามปีนับจากนี้
ภารกิจหลักของกลุ่มพันธมิตรคือการเตรียมความพร้อมให้กับโครงสร้างพื้นฐานของ Bitcoin เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีแนวโน้มพัฒนาศักยภาพสูงขึ้นในอนาคต แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีคอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องใดที่ทรงพลังพอจะเจาะระบบการเข้ารหัสของเครือข่ายได้ แต่การเตรียมพร้อมล่วงหน้าถือเป็นสิ่งจำเป็นเพราะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเทคนิคให้สอดคล้องกันทั่วทั้งระบบนิเวศอาจต้องใช้เวลาหลายปี โดยข้อมูลจาก CryptoQuant