← Back to KHAO
The Standard
ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub และ 2 อดีตกรรมการ ปมแจ้งข้อความเท็จหลังถูกโจรกรรมคริปโต 1,700 ล้านบาท ด้านบริษัทแจงตัดสินใจปิดข่าวเพื่อสกัดการแห่ถอนสินทรัพย์
·6 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 7 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของไทย พร้อมอดีตกรรมการอีก 2 ราย ต่อ บก.ปอศ. ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อหน่วยงานกำกับดูแล หลังตรวจสอบพบว่าบริษัทไม่ได้รายงานผลกระทบจากเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าราว 1,700 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ด้าน Bitkub ยืนยันว่าทรัพย์สินของลูกค้าปลอดภัยครบถ้วน และชี้แจงว่าการตัดสินใจไม่เปิดเผยข้อมูลในเวลานั้นมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการแห่ถอนสินทรัพย์
Key facts
- ย้อนต้นเหตุ การโจมตีทางไซเบอร์เดือนพฤษภาคม 2564
- ก.ล.ต. ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 Bitkub ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลรวม 16 สกุล จากการโจมตีทางไซเบอร์ เป็นเหตุให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวนหนึ่งถูกนำออกไปจากศูนย์ซื้อขาย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท
- ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของไทย พร้อมอดีตกรรมการอีก 2 ราย ต่อ บก.ปอศ. ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อหน่วยงานกำกับดูแล
- ก.ล.ต. กล่าวโทษ 3 ราย อ้าง 3 ฐานความผิดตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
- ต่อมา ก.ล.ต. พบข้อมูลว่าบริษัทได้หาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนส่วนที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564
- ก.ล.ต. ระบุว่า Bitkub ไม่ได้แจ้งข้อมูลในแบบ ดจ.1 ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแบบรายงานฉบับวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 ไม่ปรากฏว่ายอดทรัพย์สินของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์การถูกโจรกรรม
Summary
ข้อมูลสำคัญของการกล่าวโทษครั้งนี้อยู่ที่เอกสารรายงานฉบับหนึ่ง นั่นคือ แบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน หรือแบบ ดจ.1 ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่นำส่งต่อ ก.ล.ต. เป็นรายวัน
ก.ล.ต. กล่าวโทษ 3 ราย อ้าง 3 ฐานความผิดตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
เหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าว บริษัทระบุว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแห่ถอนสินทรัพย์ หรือ Bank Run กล่าวคือ หากลูกค้าทราบว่ามีการโจรกรรมเกิดขึ้นและมาขอถอนสินทรัพย์ดิจิทัลพร้อมกันจำนวนมาก บริษัทจะไม่สามารถหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนให้ลูกค้าได้ครบถ้วน เพราะอยู่ระหว่างการแก้ปัญหา ซึ่งบริษัทเห็นว่าจะทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง และกระทบต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย