Naewna
ทรัมป์รีดภาษีคู่ค้า 60 ประเทศ อ้างแก้ปัญหาบังคับใช้แรงงาน ไทยถูกเก็บ 12.5%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าชุดใหม่กับสินค้าจาก 60 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก ในอัตรา 10% และ 12.5% โดยให้เหตุผลว่า หลายประเทศยังบังคับใช้กฎหมายห้ามการใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) อย่างไม่เข้มงวด พร้อมย้ำว่าเป็นมาตรการเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า
Key facts
- มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์นี้ พร้อมกับการสิ้นสุดของภาษีนำเข้าชั่วคราว 10% ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้กับสินค้านำเข้าทั่วโลกตลอดช่วง 150 วันที่ผ่านมา
- ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชัง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- ประกาศของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ภาษีนำเข้าชุดใหม่จะครอบคลุมสินค้านำเข้าสู่ประเทศคิดเป็นประมาณ 99.4% ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด แต่ยังมีการยกเว้นสินค้าหลายประเภท เช่น น้ำมันและก๊าซ ปุ๋ย อาหารบางชนิด
Summary
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นความพยายามล่าสุดของทำเนียบขาวในการผลักดันนโยบายภาษีนำเข้าครอบคลุมเกือบทั่วโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของทรัมป์ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำพิพากษาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ให้ยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) อัตรา 10-50% ที่รัฐบาลทรัมป์เคยประกาศใช้เมื่อปีที่แล้วภายใต้กฎหมายภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ
มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์นี้ พร้อมกับการสิ้นสุดของภาษีนำเข้าชั่วคราว 10% ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้กับสินค้านำเข้าทั่วโลกตลอดช่วง 150 วันที่ผ่านมา
นายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับมานานเกือบ 100 ปี และมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง พร้อมระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศคู่ค้าจะต้องดำเนินมาตรการในมาตรฐานเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและลดความได้เปรียบทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม