Kaohoon
STPI เคาะขาย “RO” พ่วง “PP” ระดมทุน 1.25 พันล้าน รุกดาต้าเซ็นเตอร์-พลังงานหมุนเวียน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ก.ค. 69) บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 มีมติเห็นชอบแผนปรับโครงสร้างทุนของบริษัท ทั้งการลดทุนจดทะเบียน การเพิ่มทุน และการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering: RO) และการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจงแก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement: PP)
Key facts
- คณะกรรมการบริษัทเสนอให้ลดทุนจดทะเบียนจำนวน 21.06 ล้านบาท จากเดิม 474.13 ล้านบาท เหลือ 453.07 ล้านบาท ด้วยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนที่ยังไม่ได้จำหน่ายจำนวน 84.25 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นหุ้นที่รองรับการเพิ่มทุนในปี 2567
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ก.ค. 69) บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 มีมติเห็นชอบแผนปรับโครงสร้างทุนของบริษัท
- ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น STPI พบว่าปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 22 ก.ค.69 โดยราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 6.85 บาท เพิ่มขึ้นประมาณ 33% เมื่อเทียบจากราคาปิด ณ วันที่ 15 ก.ค.69 อยุู่ที่ 5.15 บาท
- จนล่าสุดวันนี้ (24 ก.ค.69) เปิดตลาดราคาลงมาอยู่ที่ 6.72 บาท ลบ 0.45 บาท หรือ 6.25% มูลค่าการซื้อขาย 65 ล้านบาท
- พร้อมกันนี้ STPI เตรียมเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 56.47 ล้านบาท จาก 453.07 ล้านบาท เป็น 509.54 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ไม่เกิน 225.90 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท
- STPI ระบุว่า ราคาเสนอขายหุ้น PP ที่ 5.55 บาทต่อหุ้น ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาด โดยอ้างอิงราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ย้อนหลัง 15 วันทำการก่อนวันที่คณะกรรมการมีมติ ซึ่งอยู่ที่ 6.12 บาทต่อหุ้น
Summary
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าการขยายธุรกิจดังกล่าวจะช่วยสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสการเติบโตของผลการดำเนินงานในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นผ่านการเพิ่มมูลค่ากิจการและโอกาสรับเงินปันผล หากบริษัทมีผลประกอบการตามเป้าหมาย โดยนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทกำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิภายหลังหักภาษี เงินสำรองตามกฎหมาย และเงินสำรองอื่นตามเงื่อนไขที่กำหนด
คณะกรรมการบริษัทเสนอให้ลดทุนจดทะเบียนจำนวน 21.06 ล้านบาท จากเดิม 474.13 ล้านบาท เหลือ 453.07 ล้านบาท ด้วยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนที่ยังไม่ได้จำหน่ายจำนวน 84.25 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นหุ้นที่รองรับการเพิ่มทุนในปี 2567 พร้อมแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิให้สอดคล้องกับทุนจดทะเบียนใหม่
STPI มองว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเข้าร่วมยื่นข้อเสนอ รวมถึงลงทุนตามแผนธุรกิจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Data Center และพลังงาน ซึ่งเป็นธุรกิจเป้าหมายในการขยายการลงทุนในอนาคต