United Arab Emirates · Nation TV
ARTICLE : ดีลอันตราย! สหรัฐฯ-ซาอุฯ เปิดทาง 'มหาอำนาจนิวเคลียร์อุบัติใหม่'
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
การลงนามข้อตกลงความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุดีอาระเบีย อาจถูกมองว่าเป็นการสกัดอิทธิพลของจีนและรัสเซียในภูมิภาค... แต่ประเด็นที่ลึกและน่ากลัวไปกว่านั้น คือความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การแจ้งเกิดของ "มหาอำนาจนิวเคลียร์อุบัติใหม่" ในตะวันออกกลาง!
Key facts
- (123 Agreement) ตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณู ซึ่งกำหนดกรอบความร่วมมือที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยสหรัฐฯ เคยทำข้อตกลงลักษณะนี้กับ 51 ประเทศทั่วโลก จุดที่ถูกจับตามากที่สุดคือ การที่ทรัมป์ยอมผ่อนปรนเงื่อนไขให้กับซาอุดีอาระเบีย
- ข้อตกลงนี้ถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า "ข้อตกลง 123"
- ให้สภาคองเกรสทบทวนเป็นเวลา 90 วันทำการ หากสภาคองเกรสต้องการคว่ำข้อตกลงนี้ จำเป็นต้องลงมติด้วยเสียงข้างมากถึง 2 ใน 3 ของทั้งสองสภา เพื่อล้มล้างการใช้อำนาจวีโต้ (Veto) ของประธานาธิบดีทรัมป์
- หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจเปิดทางให้ราชอาณาจักรที่มั่งคั่งแห่งนี้ มีสิทธิ์เสริมสมรรถนะเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ได้เองในอนาคต ซึ่งเป็นประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ
Summary
ข้อตกลงนี้ถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า "ข้อตกลง 123" (123 Agreement) ตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณู ซึ่งกำหนดกรอบความร่วมมือที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยสหรัฐฯ เคยทำข้อตกลงลักษณะนี้กับ 51 ประเทศทั่วโลก จุดที่ถูกจับตามากที่สุดคือ การที่ทรัมป์ยอมผ่อนปรนเงื่อนไขให้กับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับข้อตกลงที่สหรัฐฯ เคยทำไว้กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในปี 2009 ในครั้งนั้น UAE ยอมรับ "มาตรฐานทองคำ" ด้วยการลงนามใน "พิธีสารเพิ่มเติม"
หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจเปิดทางให้ราชอาณาจักรที่มั่งคั่งแห่งนี้ มีสิทธิ์เสริมสมรรถนะเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ได้เองในอนาคต ซึ่งเป็นประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ บางส่วน รวมถึงอิสราเอล ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านอย่างหนัก ด้วยความกังวลว่าโครงการนิวเคลียร์ภาคพลเรือนจะถูกนำไปใช้แอบแฝงเพื่อพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และจุดชนวนการแข่งขันสะสมอาวุธครั้งใหม่ ฝ่ายสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย
ความน่ากังวลยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อย้อนกลับไปดูคำสัมภาษณ์ของ มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่เคยประกาศกร้าวไว้ว่า ซาอุฯ พร้อมจะสร้างอาวุธนิวเคลียร์ทันทีหากอิหร่านทำสำเร็จ โดยทรงย้ำว่า "จะทำเช่นนั้นอย่างแน่นอนโดยไม่มีข้อสงสัย" ขณะที่อิหร่านเองก็นำเครื่องหมุนเหวี่ยงไปเสริมสมรรถนะยูเรเนียมจนใกล้ระดับเกรดอาวุธ หลังทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2018 และเปิดฉากโจมตีฐานนิวเคลียร์อิหร่านในเวลาต่อมา