Siam Blockchain
ก.ล.ต.สหรัฐฯ เตือน Staking คริปโต-ปล่อยกู้บนเชน อาจเข้าข่ายกฎหมายหลักทรัพย์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
SEC เตือนว่า การนำผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทนคริปโตขึ้นไปทำงานบนบล็อกเชน ไม่ได้ทำให้หลุดพ้นจากกฎหมายหลักทรัพย์โดยอัตโนมัติ
Key facts
- SEC เตือนว่า การนำผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทนคริปโตขึ้นไปทำงานบนบล็อกเชน ไม่ได้ทำให้หลุดพ้นจากกฎหมายหลักทรัพย์โดยอัตโนมัติ
- Crypto Vaults, Staking และ Onchain Lending อาจถูกพิจารณาเป็นหลักทรัพย์ หากผู้ใช้นำเงินเข้าไปโดยหวังผลตอบแทนจากการบริหารของบริษัทหรือบุคคลอื่น
- Hester Peirce ย้ำว่า SEC จะพิจารณาเป็นรายกรณี พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประกอบการเข้าหารือกับหน่วยงาน แทนการออกแบบโครงสร้างเพื่อเลี่ยงกฎหมาย
Summary
ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) ส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทนคริปโตว่า การนำธุรกรรมขึ้นไปทำงานบนบล็อกเชน ไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นหลุดพ้นจากกฎหมายหลักทรัพย์โดยอัตโนมัติ
Hester Peirce กรรมาธิการ SEC เตือนว่า การฝากคริปโตกินดอกเบี้ย (Staking) และการปล่อยกู้ คริปโต (Lending) บนบล็อกเชนบางประเภท อาจเข้าข่ายกฎหมายหลักทรัพย์ หากผู้ใช้นำเงินเข้าไปโดยหวังผลตอบแทนจากการบริหารของบริษัทหรือบุคคลอื่น แม้ระบบจะทำงานผ่านสัญญา Smart Contract ก็ตาม ทั้งนี้ Peirce ย้ำว่า SEC จะพิจารณาเป็นรายกรณี ไม่ได้เหมารวมว่า Staking หรือ DeFi ทุกประเภทเป็นหลักทรัพย์ แต่ผู้ประกอบการก็ไม่ควรใช้บล็อกเชนเป็นข้ออ้างเพื่อเลี่ยงกฎหมาย
ประเด็นหลังถือเป็นส่วนสำคัญที่ SEC จับตา เพราะหากผู้ใช้นำเงินเข้าสู่ระบบโดยคาดหวังผลกำไรจากความสามารถ และการตัดสินใจของผู้บริหาร Vault ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจมีลักษณะใกล้เคียงกับ ‘สัญญาการลงทุน’ ซึ่งอาจเข้าข่ายหลักทรัพย์ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ