The Standard
‘รวยไม่หยุด กรุ๊ป’ รับเคยพลาดจากการขยายสาขาเร็วไป ต้องปรับพอร์ตใหม่ มองวงจรธุรกิจร้านอาหารสั้นลง ผู้เล่นหน้าใหม่ล้นตลาด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เปิดใจ ซีอีโอ ‘ รวยไม่หยุด กรุ๊ป ’ เผยบทเรียนใหญ่ เคยผิดพลาดจากการขยายสาขาเร็วไป พร้อมเตือน โมเดล ที่เคยโตเร็วจากขยายสาขาจำนวนมากเริ่มไม่ยั่งยืน ก่อนเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็มแบรนด์ภายในเครือ พร้อมเปิดตัวแบรนด์เกาหลี โมเดล ใหม่ภายในปีนี้
Key facts
- เธอเล่าว่า ปี 2567 บริษัทเจอบทเรียนครั้งใหญ่ เมื่อการลงทุนและขยายสาขาจำนวนมากไม่ได้ให้ผลตามคาด จากที่บริษัทเคยคาดหวังว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะฟื้นตัวต่อเนื่องหลังโควิด จึงขยายสาขาในหลายโลเคชัน แต่พบว่าการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่
- เปิดใจ ซีอีโอ ‘ รวยไม่หยุด กรุ๊ป ’ เผยบทเรียนใหญ่ เคยผิดพลาดจากการขยายสาขาเร็วไป พร้อมเตือน โมเดล ที่เคยโตเร็วจากขยายสาขาจำนวนมากเริ่มไม่ยั่งยืน ก่อนเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็มแบรนด์ภายในเครือ พร้อมเปิดตัวแบรนด์เกาหลี โมเดล ใหม่ภายในปีนี้
- ชุติมา เปรื่องเมธางกูร ประธานบริหาร บริษัท รวยไม่หยุด จำกัด เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ปี 2569 เป็นปีของการปรับพอร์ต และ ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของเครือ ปัจจุบันเครือมีธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอาหารคาวภายใต้อินแบรนด์รวยไม่หยุด
- วงจรธุรกิจร้านอาหารสั้นลง – ผู้เล่นหน้าใหม่ล้นตลาด
- หัวใจธุรกิจร้านอาหารคือกระแสเงินสด ไม่ใช่แค่ยอดขายที่โต
Summary
เธอเล่าว่า ปี 2567 บริษัทเจอบทเรียนครั้งใหญ่ เมื่อการลงทุนและขยายสาขาจำนวนมากไม่ได้ให้ผลตามคาด จากที่บริษัทเคยคาดหวังว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะฟื้นตัวต่อเนื่องหลังโควิด จึงขยายสาขาในหลายโลเคชัน แต่พบว่าการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ส่งผลให้ต้องแบกรับต้นทุนของสาขาที่ไม่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเดิม จนสูญเสียต้นทุนไปกว่า 100 ล้านบาท แต่ก็โชคดีที่เราไหวตัวทัน
ชุติมา เปรื่องเมธางกูร ประธานบริหาร บริษัท รวยไม่หยุด จำกัด เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ปี 2569 เป็นปีของการปรับพอร์ต และ ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของเครือ ปัจจุบันเครือมีธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอาหารคาวภายใต้อินแบรนด์รวยไม่หยุด กลุ่มเครื่องดื่มภายใต้อินแบรนด์รวยสบายสบาย และกลุ่มขนมปังภายใต้อินแบรนด์รวยปังปัง แนวทางปีนี้จะเน้นทบทวนพอร์ตโฟลิโอ จัดหมวดหมู่แบรนด์ และสร้างระบบเชื่อมโยงภายใน เพื่อให้แบรนด์ในเครือตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างครบวงจรมากขึ้น
สำหรับแผนระยะสั้น เครือได้จัดพอร์ตใหม่เป็นหมวดหมู่ชัดเจน ได้แก่ อาหารไทย อาหารเกาหลี และอาหารญี่ปุ่น เพื่อให้แต่ละหมวดมีบทบาทและสัดส่วนที่เหมาะสม โดยภายในปีนี้เตรียมเปิดแบรนด์อาหารไทยใหม่อีก 2 แบรนด์ ได้แก่ ร้านก๋วยเตี๋ยวและร้านข้าวเฉพาะทาง ขณะที่ร้านเกศเตี๋ยวเตรียมนำไปเปิดในต่างจังหวัดไตรมาส 4 เล็งไว้ในจังหวัดภาคอีสานและภาคเหนือ พร้อมจ่อขยายแฟรนไชส์ไปออสเตรเลียและฮ่องกง เบื้องต้นจะใช้วิธีทดลองประเทศละ 1 สาขาก่อนเพื่อดูกระแสการตอบรับ