Prachachat
“ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้อำนวยการ iLaw ยืนยันการนำเสนอข้อมูลเลือก สว. เป็นการทำหน้าที่ประชาชน ชี้รัฐบาลควรใช้พื้นที่ชี้แจงสาธารณะมากกว่าการดำเนินคดี ย้ำหาก ภท. ยืนยันฟ้อง ขอให้สู้กันบนเวทีศาลอย่างเป็นธรรม วอนอย่าใช้ทรัพยากรตำรวจ และขอให้แกนนำพรรคเดินทางมาเบิกความด้วยตัวเองเพื่อความบริสุทธิ์ใจ
Key facts
- ข้อสงสัยว่าบุคคลในรัฐบาลอาจทำอะไรที่ผิดหรือพลาดไปบ้าง เกิดขึ้นได้ทุกวันทุกเวลาทุกสถานที่ คนที่รู้เห็นหรือพอจะรู้เห็นก็ย่อมชอบธรรมที่จะออกมาพูดถึง ในพื้นที่และรูปแบบที่เขาทำได้ตามบทบาทของแต่ละคน
- นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) โพสข้อความระบุว่า
- ขอเขียนยืนยันไว้ตรงนี้อีกครั้งนึงนะครับ ผมขอร้อง และขอเชิญชวนให้พรรคภูมิใจไทยทบทวน และตัดสินใจใหม่ไม่ต้องฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อผม ผมไม่เคยอยากถูกฟ้องและไม่อยากใช้เวทีคดีหมิ่นประมาทในฐานะจำเลย เพื่อพิสูจน์อะไร ไม่ใช่เพราะว่าผมกลัวแพ้คดี
- กรณีที่ผมพูดถึงกระบวนการโกงเลือกสว. ไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหม่ มีผู้คนที่รู้เห็นเหตุการณ์ พยานที่เกี่ยวข้อง พูดเรื่องนี้มานานแล้ว และพูดออกทีวี แถลงข่าวไปหลายครั้งแล้ว ถ้าท่านเห็นว่าสิ่งเรานำเสนอนั้นไม่เป็นความจริงขอให้ท่านชี้แจง
Summary
ขอเขียนยืนยันไว้ตรงนี้อีกครั้งนึงนะครับ ผมขอร้อง และขอเชิญชวนให้พรรคภูมิใจไทยทบทวน และตัดสินใจใหม่ไม่ต้องฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อผม ผมไม่เคยอยากถูกฟ้องและไม่อยากใช้เวทีคดีหมิ่นประมาทในฐานะจำเลย เพื่อพิสูจน์อะไร ไม่ใช่เพราะว่าผมกลัวแพ้คดี แต่เพราะผมเห็นว่ามันเป็นมาตรฐานการใช้กฎหมายที่ไม่ถูกต้อง และไม่สง่างามต่อท่านเอง
ข้อสงสัยว่าบุคคลในรัฐบาลอาจทำอะไรที่ผิดหรือพลาดไปบ้าง เกิดขึ้นได้ทุกวันทุกเวลาทุกสถานที่ คนที่รู้เห็นหรือพอจะรู้เห็นก็ย่อมชอบธรรมที่จะออกมาพูดถึง ในพื้นที่และรูปแบบที่เขาทำได้ตามบทบาทของแต่ละคน กฎหมายและการบังคับใช้ควรจะต้องทำหน้าที่คุ้มครองการพูดถึงและการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีเหล่านั้น เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศและกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่ต้องรู้สึกว่ากลัวที่จะถูกดำเนินคดีตามมาจากการพูดถึงสิ่งที่คนในรัฐบาลอาจทำผิดหรือทำพลาดหรือถูกกล่าวหา
สิ่งที่ผมได้ทำไป เป็นเพียงการรวบรวมข้อเท็จจริงที่มีปรากฏอยู่แล้วก่อนหน้านึ้จากปากคำพยานมากมาย นำเสนอให้ฝ่ายค้านใช้อำนาจหน้าที่ตรวจสอบในกระบวนการของรัฐสภา เป็นการทำหน้าที่ในฐานะประชาชนธรรมดา เพื่อมีส่วนร่วมตรวจสอบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นโดยบุคคลของรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งใครๆก็ทำได้ ทุกคนควรทำได้โดยรู้สึกปลอดภัย ถ้าหากว่าข้อมูลเหล่านี้ตรวจสอบแล้วว่าไม่จริง ก็จบไป ผมก็ไม่อาจมีอำนาจทำอะไรท่านไปได้มากกว่านั้นอีกแล้วครับ