Prachachat
เม็ดเงินลงทุนทะลักไทย ขอบีโอไอครึ่งปีแรก 1.47 ล้านล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ FDI โต 80%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและ AI ควบคู่กับอุตสาหกรรมเป้าหมายอื่น ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เกษตรและแปรรูปอาหาร ช่วยสร้างงาน 82,000 ตำแหน่ง ซื้อวัตถุดิบในประเทศ 3.8 แสนล้านบาทต่อปี และสร้างมูลค่าส่งออกกว่า 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี
Key facts
- บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและ AI ควบคู่กับอุตสาหกรรมเป้าหมายอื่น ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
- นอกจากนี้ การขอรับการส่งเสริมตามมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่ Smart and Sustainable Industry ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมจำนวน 132 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 17,158 ล้านบาท
- กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูง2อันดับแรกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับทิศทางโลก ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัล มูลค่า 1,115,260 ล้านบาท จาก 90 โครงการ รองลงมา ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 120,230 ล้านบาท จาก 179 โครงการ,
- พลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐาน 39,461 ล้านบาท จาก 221 โครงการ, ยานยนต์และชิ้นส่วน 25,662 ล้านบาท จาก 122 โครงการ, แร่ โลหะ และวัสดุ 20,399 ล้านบาท จาก 128 โครงการ, เคมีและปิโตรเคมี 16,533 ล้านบาท จาก 110 โครงการ, เครื่องจักร
- ในด้านพื้นที่ เงินลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง มูลค่า 903,759 ล้านบาท จาก 513 โครงการ รองลงมา ได้แก่ ภาคตะวันออก มูลค่า 495,737 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14,985 ล้านบาท ภาคใต้ 11,864 ล้านบาท ภาคตะวันตก 8,162 ล้านบาท และภาคเหนือ
- นอกจากนี้ คาดว่าจะสร้างมูลค่าส่งออกให้ประเทศกว่า 1.24 ล้านล้านบาทต่อปี ช่วยเพิ่มรายได้กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
Summary
โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน1,299 โครงการมูลค่าเงินลงทุนรวม 1,473,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูง2อันดับแรกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับทิศทางโลก ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัล มูลค่า 1,115,260 ล้านบาท จาก 90 โครงการ รองลงมา ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 120,230 ล้านบาท จาก 179 โครงการ, เกษตรและแปรรูปอาหาร 61,388 ล้านบาท จาก 131 โครงการ, โลจิสติกส์และบริการมูลค่าสูง 40,217 ล้านบาท จาก 170 โครงการ,
สำหรับอุตสาหกรรมที่มีจำนวนโครงการสูงสุดได้แก่อุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐานโดยส่วนใหญ่เป็นกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ จำนวน 198 โครงการ มูลค่า 26,354ล้านบาทสะท้อนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและระบบสาธารณูปโภค เช่น น้ำประปาและน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต