The Standard
รัฐบาลลุยทลายเหมืองขุดบิตคอยน์เถื่อน สั่ง DSI ยึดทรัพย์-สาวถึงผู้หนุนหลัง คุมเข้มนำเข้าเครื่องขุด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
วันนี้ (23 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายหลังเปิดปฏิบัติการ Silent Volt เข้าตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล
Key facts
- วันนี้ (23 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายหลังเปิดปฏิบัติการ Silent Volt เข้าตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล
- อนุทินกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการขุดเงินสกุลดิจิทัล ซึ่งเป็นการเอาเปรียบสังคม สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ
- วันนี้ตนได้ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงผลการเปิดปฏิบัติการตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล
- นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การดำเนินการของรัฐไม่ได้มุ่งเพียงการจับกุมหรือยึดของกลางเท่านั้น แต่จะมุ่งตัดวงจรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยใช้เครื่องมือทั้งการดำเนินคดี การติดตามทรัพย์สิน และการขยายผลไปยังเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง
Summary
อนุทินกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการขุดเงินสกุลดิจิทัล ซึ่งเป็นการเอาเปรียบสังคม สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ กระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายของประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การดำเนินการของรัฐไม่ได้มุ่งเพียงการจับกุมหรือยึดของกลางเท่านั้น แต่จะมุ่งตัดวงจรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยใช้เครื่องมือทั้งการดำเนินคดี การติดตามทรัพย์สิน และการขยายผลไปยังเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ
ส่วนความเสียหายที่รัฐให้ความสำคัญมากที่สุด คือการลักลอบใช้ไฟฟ้าของรัฐ ด้วยการต่อสายไฟตรงผ่านหม้อแปลง เนื่องจากธุรกิจประเภทนี้ใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล จึงต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ การยึดทรัพย์เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีมูลค่าเมื่อใช้ประกอบธุรกิจเท่านั้น หากนำมาแยกชิ้นส่วนหรือขายทอดตลาด มูลค่าจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เสื่อมมูลค่าอย่างรวดเร็ว