The Standard
อนุทิน เผยมอบทนายฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ แล้ว หลังขอภูมิใจไทยทบทวนทบทวนการฟ้องหมิ่นประมาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (23 กรกฎาคม) เวลา 09.50 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการฟ้องร้อง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ซึ่งโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ภายหลังพรรคภูมิใจไทยประกาศเดินหน้าดำเนินคดีหมิ่นประมาท จากกรณีที่ยิ่งชีพกล่าวถึงบุคคล 9 รายที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยขอให้พรรคภูมิใจไทยทบทวนการตัดสินใจและไม่ดำเนินคดีกับตน
Key facts
- วันนี้ (23 กรกฎาคม) เวลา 09.50 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการฟ้องร้อง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ซึ่งโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว
- นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินการแล้ว แต่จะเป็นในสัปดาห์นี้หรือไม่ ตนไม่ทราบ
- ยิ่งชีพยังเห็นว่า ข้อสงสัยต่อการกระทำของบุคคลในรัฐบาลสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ผู้ที่รับรู้ข้อเท็จจริงย่อมมีสิทธิออกมาพูดตามบทบาทของตน และกฎหมายควรทำหน้าที่คุ้มครองการแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์
- ช่วงท้าย ยิ่งชีพย้ำว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รู้สึกเสียหายก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินคดี แต่หากเห็นว่าจำเป็นต้องฟ้องร้อง ตนก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในศาล
Summary
ยิ่งชีพยืนยันว่า สิ่งที่ตนนำเสนอเกี่ยวกับกระบวนการทุจริตการเลือก สว. ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่เป็นข้อมูลที่มีผู้รู้เห็นเหตุการณ์และพยานที่เกี่ยวข้องออกมาพูดต่อสาธารณะหลายครั้งแล้ว หากเห็นว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง ก็สามารถชี้แจงต่อสังคมได้ และให้สังคมเป็นผู้พิจารณา
ก่อนหน้านี้ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ภายหลังพรรคภูมิใจไทยประกาศเดินหน้าดำเนินคดีหมิ่นประมาท จากกรณีที่ยิ่งชีพกล่าวถึงบุคคล 9 รายที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยขอให้พรรคภูมิใจไทยทบทวนการตัดสินใจและไม่ดำเนินคดีกับตน
พร้อมระบุว่า สิ่งที่ทำเป็นเพียงการรวบรวมข้อเท็จจริงจากคำให้การของพยานจำนวนมาก เพื่อนำเสนอให้ฝ่ายค้านใช้อำนาจตรวจสอบในรัฐสภา ในฐานะประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมตรวจสอบว่ามีการทุจริตโดยบุคคลในรัฐบาลหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง เรื่องก็ยุติลง และตนไม่มีอำนาจดำเนินการใดมากกว่านั้น