Spring News
1 ปีชายแดนไทย–กัมพูชาปิด การค้าสระแก้วเสียหายแสนล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
1 ปีความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา การค้าชายแดนสระแก้วเสียหายแสนล้าน ผู้ประกอบการรายได้เป็นศูนย์ จีน–เวียดนามเร่งยึดตลาดสินค้าไทยในกัมพูชา
Key facts
- จารุวรรณ เหมยากร นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ ตัวแทนกรมศุลกากร ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง ในปี 2567 มูลค่าการค้าชายแดนจ.สระแก้ว มีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 10,000 ล้านบาท โดยในปี 2568 ที่มีการปิดด่านการค้าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
- เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ถึง 20 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยสส.รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเรื่อง
- ข้อมูลจากกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา แสดงให้เห็นว่า ประเทศจีนยังคงครองตลาดการนำเข้าสินค้าไปยังกัมพูชาสัดส่วนสูงถึง 40% – 48% ของสินค้านำเข้าทั้งหมด ตามมาด้วยอันดับสองและสามอย่างเวียดนามและไทย โดยเวียดนามนั้นเน้นการส่งออกสินค้าเกษตร
- ทางด้านรุ่งนภา ไท้เชียง เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว ได้กล่าวว่าธุรกิจโรงแรมที่พักและการท่องเที่ยว ก็ได้รับความเสียหายแทบไม่มีรายได้เข้ามาในตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เนื่องจาก จ.สระแก้ว
Summary
ตัวแทนผู้ประกอบการส่งออกสินค้าอุปโภค บริโภค ไปยังประเทศกัมพูชา ได้เข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการในที่ประชุมว่า ณ ปัจจุบัน ผู้ประกอบการต้องส่งออกสินค้าผ่านทางด่านพรมแดนช่องเม็ก ประเทศลาว จากนั้นนำสินค้าไปเข้าที่ด่านสตึงแตรง ประเทศกัมพูชา ทำให้การส่งออกสินค้าแต่ละครั้งนั้นมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 100,000 ถึง 150,000 บาท อีกทั้งนับตั้งแต่เกิดเหตุความขัดแย้ง ทำให้ธุรกิจของพวกเขายอดขายลดลงเหลือเพียง 20-30%
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ถึง 20 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยสส.รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเรื่อง “การพิจารณาศึกษาปัญหาทางกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และผลกระทบ ต่อสิทธิประชาชนจากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา”
ข้อมูลจากกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา แสดงให้เห็นว่า ประเทศจีนยังคงครองตลาดการนำเข้าสินค้าไปยังกัมพูชาสัดส่วนสูงถึง 40% – 48% ของสินค้านำเข้าทั้งหมด ตามมาด้วยอันดับสองและสามอย่างเวียดนามและไทย โดยเวียดนามนั้นเน้นการส่งออกสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป วัสดุก่อสร้าง และวัตถุดิบสิ่งทอ ในขณะที่ไทยนั้นเด่นเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่ม น้ำมันสำเร็จรูป และยานยนต์ โดยผู้ประกอบการส่งออกสินค้าอุปโภค บริโภคชาวไทย กำลังถูกกีดกันการนำเข้าสินค้าไปยังกัมพูชา และคาดการณ์ว่าสัดส่วนการนำเข้าสินค้าเหล่านี้