Post Today
SCGD เดินเกมครึ่งปีหลัง เร่งลดต้นทุน 20% ผนึก Axent รุก Smart Toilet ดันเวียดนามฐานผลิตหลัก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD)" กางแผนยุทธศาสตร์ครึ่งปีหลัง รุกปรับโครงสร้างการผลิตในไทยรวมศูนย์จาก 4 เหลือ 2 โรงงาน หวังลดต้นทุนพุ่ง 16-20% พร้อมจับมือ Axent Switzerland AG ตั้งฐานผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย ดันเวียดนามเป็นฐานส่งออกหลักสู่ตลาดโลก มั่นใจผลงานปีนี้กำไรเติบโตแม้เผชิญปัจจัยท้าทายรอบด้าน
Key facts
- ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสุขภัณฑ์อัจฉริยะจากจีนจัดตั้งบริษัทร่วมทุน มูลค่าทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท โดย SSW ถือหุ้น 51% และ Axent ถือ 49%
- SCGD มองว่าตลาด Modern Toilet จะเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี ในช่วงปี 2568-2574 ทั้งนี้ มูลค่ารายการคิดเป็นเพียง 0.15% ของสินทรัพย์รวม จึงไม่เข้าข่ายรายการที่ต้องเปิดเผยเป็นรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ
- ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.155 บาทต่อหุ้น พร้อมยืนยันงบลงทุนปี 2569 ที่ระดับ 2,400-2,500 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และขยายธุรกิจใหม่ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้.
- พร้อมทั้งรุกช่องทางออนไลน์ซึ่งมีการเติบโตสูงถึง 80% ในกลุ่มสินค้าที่ซื้อซ้ำบ่อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในไตรมาส 2/2569 ขยับขึ้นเป็น 29.8% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดใหม่ (New High) แม้ยอดขายในไทยจะชะลอตัวก็ตาม
- เป็นเสาหลักในการเติบโต (Growth Pillar) และเป็นฐานการส่งออกสำคัญ โดยในไตรมาส 2/2569 ยอดส่งออกของเวียดนามเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 98% บริษัทอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตกระเบื้องพอร์ซเลนเพิ่มเติมทั้งในภาคกลางและภาคเหนือ
Summary
นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ยอมรับว่าตลาดในประเทศไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ แต่บริษัทเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์การรวมศูนย์การผลิตในประเทศไทย ปรับลดโรงงานจาก 4 แห่ง เหลือเพียง 2 แห่งภายในปี 2570 ทำให้มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นจากโครงการรวมฐานการผลิตในประเทศไทยเพียงครั้งเดียวรวม 957 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 เพื่อรองรับการลงทุนและการปรับโครงสร้างโรงงาน
แผนยุทธศาสตร์ของ SCGD ไม่ได้มุ่งเพียงลดต้นทุน แต่เป็นการยกเครื่องธุรกิจทั้งระบบ ตั้งแต่การรวมฐานการผลิตในประเทศไทย ผลักดันเวียดนามขึ้นเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักของภูมิภาค ไปจนถึงการรุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะผ่านการจับมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสร้าง New Growth Engine รองรับการเติบโตในอนาคต
อย่างไรก็ดี SCGD ยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของ 4 ประเทศหลักอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการชะลอตัวชัดเจนที่สุด ขณะที่อินโดนีเซียชะลอลงเช่นกันจากปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ แต่มีผลกระทบต่อภาพรวมไม่มากนัก