Thansettakij
ลุ้นระทึก สหรัฐงัดมาตรา 301 จ่อฟันสินค้าไทยยกแผง ผวาภาษีสูงสุด 25%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สหรัฐเดินหน้าขยับใช้มาตรา 301 ตรวจสอบไทย ปม “แรงงานบังคับ-กำลังการผลิตส่วนเกิน” นักวิชาการประเมินไทยเสี่ยงถูกเก็บภาษีเพิ่มสูงสุด 25% กระทบส่งออกไปตลาดสหรัฐมูลค่า 2.37 ล้านล้านบาท พร้อมเปิดโผสินค้ากลุ่มสินค้าเสี่ยง แนะเร่งยกระดับห่วงโซ่อุปทานให้ตรวจสอ
Key facts
- แทนการใช้มาตรา 122 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีนำเข้าชั่วคราวไม่เกิน 15% (ปัจจุบันเก็บที่ 10%) เป็นเวลา 150 วัน และจะครบกำหนดในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
- ไทยติดทั้งบัญชีแรงงานบังคับ-กำลังผลิตส่วนเกิน
- แนะไทยสร้างเชื่อมั่นห่วงโซ่ไทยเชื่อถือ-ตรวจสอบได้
- ในประเด็นแรงงานบังคับ USTR ได้เผยผลการพิจารณาเบื้องต้นแล้ว โดยเห็นว่าประเทศคู่ค้ารวม 60 ประเทศ รวมถึงไทย ยังไม่มีมาตรการกำกับดูแลการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับจากต่างประเทศอย่างเพียงพอ จึงเสนอให้ใช้มาตรการภาษีในอัตรา 12.5%
Summary
ดร.อัทธ์ ระบุว่า ความเสี่ยงของไทยไม่ได้อยู่เพียงการใช้แรงงานในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศที่อาจเกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ โดยเฉพาะวัตถุดิบจากมณฑลซินเจียงของจีน เช่น ฝ้าย เส้นด้าย โพลีซิลิคอน กราไฟต์ แม่เหล็ก รวมถึงวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ ซึ่งสหรัฐให้ความสำคัญเป็นพิเศษจากกฎหมายคุ้มครองชาวอุยกูร์
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าหากไทยถูกตัดสินว่ามีความผิดทั้งสองกรณี อาจเผชิญอัตราภาษีเพิ่มขึ้นรวมสูงสุดถึง 25% กระทบภาคการส่งออกอย่างรุนแรง
การเปลี่ยนผ่านสู่มาตรา 301 ใช้เหตุผลเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรม ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นมาตรการที่เปิดทางให้สหรัฐสามารถเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมโดยไม่มีเพดานอัตราภาษี และไม่มีกรอบเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจน หากเห็นว่าประเทศคู่ค้าดำเนินนโยบายที่สร้างความเสียหายต่อการค้าและการลงทุนของสหรัฐ