Thairath
รถยนต์ไฟฟ้าดันตลาดยุโรปโตไม่หยุด "BYD-แบรนด์จีน" เร่งชิงส่วนแบ่ง ยอดขายพุ่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตลาดรถยนต์ยุโรปเดือนมิถุนายนยังเติบโต แรงหนุนหลักจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดที่พุ่งสูง ชดเชยยอดขายรถใช้น้ำมันที่ลดลง ขณะที่ค่ายรถจีนเข้าครองส่วนแบ่งตลาดในยุโรปอย่างรวดเร็ว
Key facts
- สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (European Automobile Manufacturers' Association: ACEA) เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) ว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ ซึ่งใช้เป็นตัวชี้วัดยอดขาย เพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 1,407,332
- ตลาดรถยนต์ยุโรปเดือนมิถุนายนยังเติบโต แรงหนุนหลักจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดที่พุ่งสูง ชดเชยยอดขายรถใช้น้ำมันที่ลดลง ขณะที่ค่ายรถจีนเข้าครองส่วนแบ่งตลาดในยุโรปอย่างรวดเร็ว
- ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาดมาจากความต้องการ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เพิ่มขึ้น 51% รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพิ่มขึ้น 22.7% และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid)
- ในทางกลับกัน ความนิยมของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียน รถยนต์เบนซิน ลดลง 12.2% รถยนต์ดีเซล ลดลง 16.9%
- ข้อมูลของ ACEA ยังสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนยังคงขยายอิทธิพลในตลาดยุโรปอย่างต่อเนื่อง อย่าง BYD, Chery และ Leapmotor มียอดขายเพิ่มขึ้น เกือบ 3-6 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วน SAIC Motor เติบโตมากกว่า 50% และ Geely เติบโต 11%
Summary
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาดมาจากความต้องการ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เพิ่มขึ้น 51% รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพิ่มขึ้น 22.7% และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) เพิ่มขึ้น 17.1% ซึ่งรถยนต์ทั้ง 3 ประเภทคิดเป็น มากกว่า 80% ของรถยนต์ใหม่ทั้งหมดที่จดทะเบียนในเดือนมิถุนายน
สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (European Automobile Manufacturers' Association: ACEA) เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) ว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ ซึ่งใช้เป็นตัวชี้วัดยอดขาย เพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 1,407,332 คัน ครอบคลุมสหภาพยุโรป (EU) สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA)
ในทางกลับกัน ความนิยมของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียน รถยนต์เบนซิน ลดลง 12.2% รถยนต์ดีเซล ลดลง 16.9%