Brand Inside
TrueMoney เปิดตัว ‘แตะจ่าย’ ใช้มือถือแตะจ่ายได้ ไม่ต้องมีบัตรเครดิต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ถ้าจะบอกว่า วันนี้คนไทยแทบไม่ต้องพกเงินสดออกจากบ้านแล้ว ก็คงไม่เกินจริง เพราะแค่หยิบมือถือขึ้นมา เปิดแอป สแกน QR ก็จ่ายได้แทบทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่ร้านรถเข็น ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า
Key facts
- ถ้าจะบอกว่า วันนี้คนไทยแทบไม่ต้องพกเงินสดออกจากบ้านแล้ว ก็คงไม่เกินจริง เพราะแค่หยิบมือถือขึ้นมา เปิดแอป สแกน QR ก็จ่ายได้แทบทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่ร้านรถเข็น ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า
- บริษัทจึงเตรียมขยายจุดรับชำระที่รองรับการแตะจ่ายผ่าน Bluetap เพิ่มอีกกว่า 50,000 จุดภายในเดือนกันยายน 2569 โดยมีพันธมิตรอย่าง 7-Eleven, After You, Auntie Anne’s, bhc Chicken, Coffee World, D’ORO, Dunkin’, Krispy Kreme, Fuku, White Story,
- Tap-to-Pay เปลี่ยนจาก ‘สแกน’ ไปสู่ ‘แตะ’
- TrueMoney จึงพยายามเติมช่องว่างนี้ ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์สำหรับการแตะจ่าย เช่น เงินคืน 5% สำหรับร้านอาหาร ร้านกาแฟ และเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ เงินคืน 1% สำหรับการใช้จ่ายอื่น รวมถึงแคมเปญแจกกาแฟฟรี ALL Café สำหรับผู้ใช้ที่เข้าเงื่อนไข
- นอกจากการแตะจ่าย TrueMoney ยังเดินหน้าขยายบริการในด้านอื่นควบคู่กัน โดยระบบสะสมคะแนน TrueMoney Coins ก็เติบโตต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้ใช้ที่ได้รับ Coins เพิ่มขึ้น 31% และการนำ Coins ไปแลกสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น 87%
- ปัจจุบัน TrueMoney รองรับการสแกนจ่ายผ่านเครือข่าย QR กว่า 7 ล้านจุดทั่วประเทศ แต่เมื่อเพิ่มบริการแตะจ่ายผ่านเครือข่าย Mastercard ทำให้สามารถใช้งานได้กับจุดรับชำระกว่า 900,000 จุดในประเทศไทย และกว่า 150 ล้านจุดใน 220
Summary
‘มนสินี นาคปนันท์’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) แอสเซนด์ มันนี่ อธิบายว่า ตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา TrueMoney พยายามทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงคนไทยมากขึ้น ตั้งแต่การเป็นผู้บุกเบิก e-Wallet การสแกนจ่าย การให้สินเชื่อดิจิทัล ไปจนถึงการลงทุนผ่านแอป ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 32 ล้านคน
‘ธนรัฐ ธุวสุจิเรข’ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ ทรูมันนี่ บอกว่า ทุกวันนี้เวลาพูดถึงการแตะจ่ายผ่านมือถือ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการผูกบัตรเครดิตเข้ากับ Google Wallet หรือ Apple Wallet ก่อนนำโทรศัพท์ไปแตะเครื่องรับชำระ
แต่เป้าหมายต่อจากนี้ไม่ใช่แค่การเป็นแอปจ่ายเงิน เพราะบริษัทเชื่อว่า การเงินในอนาคตต้อง “ฉลาด” มากกว่าแค่การจ่ายเงินได้