Agentic AI · Amazon · Brand Inside
คุยกับ “ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย” ความร่วมมือครั้งสำคัญ NTT DATA x AWS เพื่อพลิกโฉมองค์กรไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในยุคที่ AI ได้กลายเป็นแกนหลักของโลกธุรกิจ เรากำลังก้าวผ่านยุคของการทำ Automation แบบเดิมๆ สู่ยุคของ “AI Native” อย่างเต็มรูปแบบ คำถามสำคัญขององค์กรธุรกิจในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่ “ จะขึ้นคลาวด์อย่างไร ” หรือ “ จะใช้ AI ดีไหม ” แต่เป็น “ จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ปลอดภัย และวัดผลได้ในระดับโครงสร้างองค์กรได้อย่างไร ”
Key facts
- บทบาทหลักของ NTT DATA จึงไม่ใช่แค่คนวางระบบ แต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจระบบโครงสร้างเดิม (Legacy Systems) ของลูกค้าเป็นอย่างดี พร้อมทีมงานปฏิบัติงานจริงในไทยกว่า 90% ที่พร้อมช่วยเร่งเครื่องการทำ Digital Transformation ให้กับลูกค้า
- ท่ามกลางผู้ให้บริการด้าน AI มากมาย จุดได้เปรียบที่ทำให้ NTT DATA โดดเด่นคือการส่งมอบ Global Quality, Local Delivery ด้วยเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ระดับโลกกว่า 4-5 พันล้านดอลลาร์ ผสานกับทีมงานที่ลงมือปฏิบัติงานจริงในไทยกว่า 90%
- ในยุคที่ AI ได้กลายเป็นแกนหลักของโลกธุรกิจ เรากำลังก้าวผ่านยุคของการทำ Automation แบบเดิมๆ สู่ยุคของ “AI Native”
- ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ NTT DATA ( ประเทศไทย ) ได้ฉายภาพทิศทางของเทคโนโลยีระดับโลก และการจับมือครั้งสำคัญกับ AWS (Amazon Web Services) ผ่านข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว Strategic Collaboration Agreement (SCA)
- ขุมพลังระดับโลก สู่ความเข้าใจองค์กรไทยอย่างลึกซึ้ง
- เทคโนโลยีระดับโลกของ AWS ผสานความแกร่งของ NTT DATA
Summary
ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ NTT DATA ( ประเทศไทย ) ได้ฉายภาพทิศทางของเทคโนโลยีระดับโลก และการจับมือครั้งสำคัญกับ AWS (Amazon Web Services) ผ่านข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว Strategic Collaboration Agreement (SCA) เพื่อเป็นเข็มทิศพาลูกค้าองค์กรก้าวข้ามคลื่นความเปลี่ยนแปลงนี้ไปได้อย่างมั่นคง
สำหรับในประเทศไทย NTT DATA คือผู้นำตลาดอันดับหนึ่งในด้านบริการไอที (IT Services) แบบครบวงจร ด้วยขุมกำลังพนักงานกว่า 1,700 คนที่ดูแลลูกค้าระดับองค์กร (Enterprise) ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เครือข่าย ระบบคลาวด์ ไปจนถึงแอปพลิเคชันธุรกิจระดับองค์กร ทั้งระบบ ERP อย่าง SAP ที่ดูแลลูกค้าอยู่กว่า 400-500 ราย รวมถึงระบบ CRM อย่าง Salesforce
การก้าวเข้ามาลงทุนสร้าง Local Zone และการเปิดตัว AWS Asia Pacific (Thailand) Region แบบเต็มรูปแบบ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Game Changer) ที่เข้ามาช่วยปลดล็อกปัญหาหลักขององค์กรไทย ทั้งในเรื่องของความหน่วงเวลา (Low Latency) และข้อกำหนดด้านการเก็บข้อมูลให้อยู่ภายในประเทศ (Data Residency)