Matichon
บิ๊กราญ สั่งลุยเชียงใหม่ ค้น 18 จุด ปราบนอมินีต่างด้าว พบหมู่บ้านในสารภี ใช้คนไทยถือหุ้นแทนชัดเจน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจสืบภาค 5, ตำรวจสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน กว่า 250 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 5” ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ นำหมายค้น 18 จุด 31 คดี มูลค่าความเสียหาย 633 ล้านบาท
Key facts
- เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจสืบภาค 5, ตำรวจสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่
- บริษัท เจิง และบริษัท สมาร์ท มี นาย ร. สัญชาติไทย ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 กำหนดพ้นโทษในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2580 แต่ยังปรากฏชื่อ นาย ร. เป็นผู้ถือหุ้นใน 7 บริษัท และเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ 1 บริษัท
- พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลตามนโยบายปราบปรามธุรกิจต่างด้าวผิดกฎหมาย ภายใต้แนวทาง “เกาะพะงันโมเดล”
- พร้อมทั้งออกหมายจับบุคคลต่างด้าวจำนวน 22 ราย และหมายค้น 18 หมาย ประกอบด้วย สัญชาติไทย 2 ราย, เมียนมา 7 ราย, อินเดีย 3 ราย, อังกฤษ 1 ราย และจีน 9 ราย สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 5 ราย ชาวอินเดีย 2 ราย และเมียนมา 3 ราย
Summary
สำหรับคดีสำคัญที่ได้ดำเนินการใน จ.เชียงใหม่ ในครั้งนี้ คือหมู่บ้าน ก.12 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 8 ต.ไชยสถาน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีนิติบุคคลต่างด้าวใช้คนไทยถือหุ้นแทน ต้องสงสัยเป็นนอมินี ในหมู่บ้านดังกล่าวจำนวน 4 บริษัท ดังนี้
พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลตามนโยบายปราบปรามธุรกิจต่างด้าวผิดกฎหมาย ภายใต้แนวทาง “เกาะพะงันโมเดล”
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายจัดระเบียบการลงทุนในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี เพื่อป้องกันการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างชาติและสร้างการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจถูกต้อง สามารถลงทุนได้ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการขออนุญาตไว้อย่างชัดเจน