Bangkok Today
ไทยพร้อมรับประชุม IMF–World Bank
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ไทยพร้อมต้อนรับ 191 ประเทศ สู่การประชุม IMF–World Bank พร้อมนำ Soft Power ไทยสู่สายตาโลก
Key facts
- ประเทศไทยประกาศความพร้อมเต็มร้อยในการเป็นเจ้าภาพ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group)
- การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยจะมีรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และสื่อมวลชนจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน จาก 191
- นายเอกนิติกล่าวว่า นอกเหนือจากสาระการประชุมแล้ว ประเทศไทยยังเตรียมนำเสนออัตลักษณ์และซอฟต์พาวเวอร์ไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก โดยคัดเลือกผ้าทอและผ้าพื้นเมืองจาก 21 จังหวัด รวม 26 ชุมชน จำนวน 37
- นายเอกนิติกล่าวว่า ในระยะสั้น การเดินทางเข้ามาของผู้แทนและผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 15,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และธุรกิจบริการทันที
Summary
ประเทศไทยประกาศความพร้อมเต็มร้อยในการเป็นเจ้าภาพ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) ซึ่งถือเป็นเวทีด้านเศรษฐกิจ
การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยจะมีรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และสื่อมวลชนจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ เข้าร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเงินโลกในอนาคต นับเป็นครั้งที่สองที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ หลังจากเคยประสบความสำเร็จในการจัดประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2534
นอกจากนี้ ภายในงานยังเตรียมนำเสนอสินค้าเกษตรและอาหารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทย ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิไทยคุณภาพพรีเมียม อาหารพื้นถิ่น และเครื่องดื่มที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กันไป