Thansettakij
ทำก่อน ขอทีหลัง : เปลี่ยนบ้านเป็นห้องเช่า แต่ไม่ได้รับอนุญาต-ความประมาทเป็นเหตุ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ทำก่อน ขอทีหลัง : เปลี่ยนบ้านเป็นห้องเช่า แต่ไม่ได้รับอนุญาต-ความประมาทเป็นเหตุ : คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย…นายปกครอง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4219
Key facts
- การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทการประกอบกิจการหอพักให้แก่ผู้ฟ้องคดี และคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
- เมื่อเทียบเคียงจากระยะเวลาขั้นสูงในการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 45 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กล่าวคือ อย่างช้าที่สุดทั้งสิ้นไม่เกิน 90 วัน
- ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นที่ยกฟ้อง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 907/2568)
- ผู้ฟ้องคดีได้ดัดแปลงอาคารพักอาศัยของตนให้เป็นกิจการหอพัก (อาคารหอพัก 2 ชั้น จำนวน 7 ห้อง) ซึ่งถือเป็นอาคารอยู่อาศัยรวม และเป็นการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่ใช้บังคับขณะนั้น
Summary
ในยุคที่เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการที่พักอาศัย ประเภทหอพัก หรือ ห้องเช่า เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในธุรกิจหอพักกลายเป็นเหมืองทองที่น่าสนใจ หลายคนเห็นโอกาสจากบ้าน หรือ อาคารที่ทิ้งร้างไว้หรือไม่มีใครอยู่ จึงอยากจะนำมาดัดแปลงให้เป็นห้องเช่า
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ โดยชี้ว่าการไม่ออกใบอนุญาตนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพราะผู้ประกอบการได้ดัดแปลงอาคารและใช้ประโยชน์ที่ดินโดยฝ่าฝืนกฎหมายตั้งแต่ต้น
ทั้งนี้ ศาลได้วินิจฉัยเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ซึ่งกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ไว้โดยชัดแจ้งว่า ผู้มีอำนาจมีหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาอันสมควร