Krungthep Turakij
เศรษฐกิจฝืด แบงก์ปิดประตูสินเชื่อ ดัน ‘โฉนดแลกเงิน’ โต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยกู้มากขึ้น คนจำนวนไม่น้อยต้องหันหาแหล่งเงินทุนทางเลือก ตลาด "สินเชื่อมีหลักประกัน" จึงเติบโตสวนเศรษฐกิจ หนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตาคือ Land for Loan แพลตฟอร์มนายหน้าที่เชื่อมเจ้าของโฉนดกับนักลงทุน ปลดล็อกการเข้าถึงเงินทุน พร้อมเปิดเกมใหม่ขยายฐานนายทุนด้วยผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นกู้
Key facts
- 3 ปี ปล่อยสินเชื่อเกือบ5พันล้าน "ไม่ใช้เงินตัวเอง"
- ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี Land for Loan สร้างมูลค่าธุรกรรมสินเชื่อสะสมเกือบ 5,000 ล้านบาท จากเกือบ 4,000 ดีล พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 20% ต่อปีความแตกต่างของบริษัทอยู่ที่การไม่ใช่ผู้ปล่อยกู้โดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็น โบรกเกอร์สินเชื่อ
- อีกจุดขายสำคัญคืออัตราดอกเบี้ย 9-15% ต่อปี ซึ่งบริษัทระบุว่าอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และต่ำกว่าสินเชื่อนอกระบบที่มักคิดดอกเบี้ย 25-30% สิ่งที่บริษัทพยายามสร้างความแตกต่าง คือการประกาศนโยบาย "ไม่ต้องการยึดทรัพย์ลูกค้า"
- วงเงินสินเชื่อส่วนใหญ่จะอยู่เพียง 50-60% ของราคาตลาดของหลักประกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถหาเงินมาไถ่ถอนทรัพย์คืนได้
- หากเกิดกรณีที่ผู้ให้กู้ต้องการบังคับหลักประกัน บริษัทระบุว่าจะเข้ามาช่วยเจรจาและจัดหาเงินเพื่อไถ่ถอนก่อน ผลลัพธ์คือ บริษัทอ้างว่าปัจจุบันมีสัดส่วนหนี้เสียต่ำกว่า 1%
- ออนไลน์เต็มรูปแบบ รับเงินได้ภายในวันเดียว
- เมื่อหุ้นกู้สะดุด...นายทุนหันมาปล่อยกู้แทน
- มาจากประสบการณ์กว่า 10 ปีในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของผู้ก่อตั้ง ซึ่งมีทั้งประสบการณ์ตรงในธุรกิจอสังหาฯ งานด้านวิชาการ และเครือข่ายนักลงทุนจำนวนมาก
Summary
ภาพของตลาดสินเชื่อไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้กู้จำนวนมาก แม้จะมีทรัพย์สิน แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ช่องว่างดังกล่าว กลายเป็นโอกาสของธุรกิจสินเชื่อทางเลือก โดยเฉพาะ "สินเชื่อมีหลักประกัน" ที่อ้างอิงมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการพิจารณาประวัติเครดิตเพียงอย่างเดียว
ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี Land for Loan สร้างมูลค่าธุรกรรมสินเชื่อสะสมเกือบ 5,000 ล้านบาท จากเกือบ 4,000 ดีล พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 20% ต่อปีความแตกต่างของบริษัทอยู่ที่การไม่ใช่ผู้ปล่อยกู้โดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็น โบรกเกอร์สินเชื่อ เชื่อมโยงระหว่างเจ้าของทรัพย์สินกับนักลงทุนที่ต้องการปล่อยเงินกู้ ผ่านสัญญา 3 ฝ่าย โมเดลนี้ทำให้บริษัทไม่ต้องแบกรับต้นทุนเงินทุนเหมือนผู้ประกอบการ Non-Bank ทั่วไป แต่ใช้เครือข่ายนักลงทุนกว่า 3,000 ราย เป็นแหล่งเงินทุนหลัก
หากเกิดกรณีที่ผู้ให้กู้ต้องการบังคับหลักประกัน บริษัทระบุว่าจะเข้ามาช่วยเจรจาและจัดหาเงินเพื่อไถ่ถอนก่อน ผลลัพธ์คือ บริษัทอ้างว่าปัจจุบันมีสัดส่วนหนี้เสียต่ำกว่า 1%