Matichon
ภาคปชช.เขียนจดหมายถึง อนุทิน หวังใช้โอกาสเยือนจีน นำปัญหามลพิษข้ามแดน ขึ้นสู่โต๊ะเจรจา
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เพื่อเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน และมีการลงนามบันทึกความเข้าใจหลายฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมนั้น
Key facts
- เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าว่าเผด็จการพม่าปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่าไม่มีการทำเหมืองใดๆ ในพื้นที่ คณะทำงานร่วมไทย-พม่า ที่ตั้งขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2568 ก็ยังไม่มีแผนงานที่เป็นรูปธรรม
- ก่อนจะไปปักกิ่ง นายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรียังไม่เคยรับฟังประชาชนจากแม่น้ำกก สาย รวกและโขง ที่เดินธรรมยาตรา 68 กิโลเมตร เพื่อยื่นจดหมายถึงนายกฯ แม้กระทั่งคำเชิญให้นายกฯและเอกอัครราชทูตจีนลงพื้นที่เพื่อร่วมรับฟังปัญหาก็ไม่ได้รับการตอบรับ
Summary
ท่ามกลางบรรยากาศความเกลียดชังต่อการดำเนินธุรกิจของจีนเทาในสังคมไทย ทั้งจีนเทาที่ทำมาหากินแบบแก๊ง มาเฟีย และจีนเทาที่จดทะเบียนบริษัทแบบถือหุ้นอำพราง หรือนอมินี ที่สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากมลพิษในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ อย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้ ส่งผลให้ความเป็น “มิตรที่ดี ญาติที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี”
ด้วยเหตุดังกล่าว จึงเป็นที่มาที่รัฐบาลจีนประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่านายอนุทินจะไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ จึงเป็นโอกาสและความท้าทายอย่างยิ่งที่รัฐบาลโดยการนำของพรรคภูมิใจไทยจะเลือกดำเนินการทางการทูตที่เห็นหัวประชาชน หรือเหยียบย่ำประชาชน
ก่อนจะไปปักกิ่ง นายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรียังไม่เคยรับฟังประชาชนจากแม่น้ำกก สาย รวกและโขง ที่เดินธรรมยาตรา 68 กิโลเมตร เพื่อยื่นจดหมายถึงนายกฯ แม้กระทั่งคำเชิญให้นายกฯและเอกอัครราชทูตจีนลงพื้นที่เพื่อร่วมรับฟังปัญหาก็ไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งประชาชนมีข้อเรียกร้องหลัก คือ ให้ประกาศเรื่องภาวะมลพิษข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองของนักลงทุนจีนในรัฐฉานเป็นนโยบายระดับชาติ และตั้งคณะทำงานระดับชาติที่มีอำนาจตัดสินใจจริง