Matichon
สีหศักดิ์บรีฟคณะทูต ผลหารืออาเซียน–เมียนมา ชี้ไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สีหศักดิ์บรีฟคณะทูต ผลหารืออาเซียน–เมียนมา ชี้ไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อม
Key facts
- เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวในเรื่องการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเมียนมา
- สีหศักดิ์บรีฟคณะทูต ผลหารืออาเซียน–เมียนมา ชี้ไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อม
- มีการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเพื่อหาแนวทางในการเดินหน้ากันต่อไป และเห็นว่า ควรมีตัวชี้วัดความคืบหน้าสถานการณ์ในเมียนมา โดยตัวชี้วัดแรกคือ การขยายพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะความช่วยเหลือที่ผ่าน R5 ของอาเซียน
- ในช่วงถามตอบ นายสีหศักดิ์ยังกล่าวว่า หลังผ่านมากว่า 5 ปี อาเซียนไม่ได้ละทิ้งฉันทามติ 5 ข้อ แต่เราต้องนำสิ่งเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติ เราจำเป็นที่จะต้องมีการหารือและรับฟัง ขณะที่เมียนมาก็ต้องอธิบายประเด็นต่างๆ
Summary
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สำหรับ การประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเมียนมา ซึ่งถือเป็นการพบปะกันครั้งแรกหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในเมียนมา เป็นการประชุมสืบเนื่องจากนโยบาย calibrated reengagement ของไทย ในการกลับไปมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหาทางนำเมียนมากลับมาสู่อาเซียน และเพื่อรับทราบถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งอาจทำให้ฝ่ายเมียนมาตอบสนองนโยบายการมีปฏิสัมพันธ์ของไทย
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวในเรื่องการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม การประชุมกับกลุ่มคณะเจรจาเพื่อสันติภาพของรัฐบาลที่มาจากเนปิดอร์ รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม และการเยือนไทยของรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 14 กรกฎาคม
นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่า หลังจากประชุมดังกล่าว มีการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเพื่อหาแนวทางในการเดินหน้ากันต่อไป และเห็นว่า ควรมีตัวชี้วัดความคืบหน้าสถานการณ์ในเมียนมา โดยตัวชี้วัดแรกคือ การขยายพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะความช่วยเหลือที่ผ่าน R5 ของอาเซียน ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะผู้แทนพิเศษของอาเซียนว่าด้วยเมียนมา ก็จะไปเยือนเมียนมาก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดของผู้นำอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมหลักมนุษยธรรม