Matichon
ส.อ.ท. ชี้ไทยยังพึ่งน้ำมันนำเข้า 90% หนุนใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน ผลักดัน EV ควบไฮบริด-FFV
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายเสกสรรค์ พรหมนิช รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ด้านไบโอฟูเอล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “มติชน”
Key facts
- เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายเสกสรรค์ พรหมนิช รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ด้านไบโอฟูเอล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “มติชน”
- นายเสกสรรค์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ หลังศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ซึ่ง 2 แสนล้านใช้สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศนั้นถือว่ามีความจำเป็น เพราะจะเข้ามาช่วยเติมเต็มและกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด
- นายเสกสรรค์กล่าวว่า ในส่วนของภาคไฟฟ้ามองว่าพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ไทยมีศักยภาพและสามารถแข่งขันด้านต้นทุนกับไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่นำเข้าได้
- นายเสกสรรค์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ กำลังการผลิตเอทานอลและไบโอดีเซล ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานของสถานีบริการน้ำมันที่รองรับ E20
Summary
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายเสกสรรค์ พรหมนิช รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ด้านไบโอฟูเอล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “มติชน”
นายเสกสรรค์กล่าวว่า ในส่วนของภาคไฟฟ้ามองว่าพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ไทยมีศักยภาพและสามารถแข่งขันด้านต้นทุนกับไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่นำเข้าได้ จึงควรเร่งเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสีเขียว ขณะที่ภาคขนส่งควรใช้แนวทางผสมผสาน โดยสนับสนุนทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เพราะไม่มีเทคโนโลยีใดเพียงอย่างเดียวที่สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ทั้งหมด ทั้งนี้
นายเสกสรรค์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ หลังศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ซึ่ง 2 แสนล้านใช้สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศนั้นถือว่ามีความจำเป็น เพราะจะเข้ามาช่วยเติมเต็มและกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด การพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน รวมไปถึงการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการลงทุนตามโมเดลเศรษฐกิจ (BCG) ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและตรงตามเป้าหมาย ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศในภาพรวม ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน
นายเสกสรรค์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ กำลังการผลิตเอทานอลและไบโอดีเซล ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานของสถานีบริการน้ำมันที่รองรับ E20, E85 และ B20 อยู่ทั่วประเทศ ดังนั้น หากภาครัฐใช้งบประมาณจากเงินกู้เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีเหล่านี้ควบคู่กับรถยนต์ไฟฟ้า จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตร สร้างรายได้ให้เกษตรกร ลดการนำเข้าน้ำมัน สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์และผู้ประกอบการในประเทศ