Prachachat
แบงก์ชาติจับตา 2 ความเสี่ยง เศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2569 อย่างใกล้ชิด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
แบงก์ชาติจับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2569 อย่างใกล้ชิด ทั้ง “เงินเฟ้อ” ที่อาจขยับขึ้นจากสงครามกลับมาปะทุ พร้อมเฝ้าระวัง “หนี้เสีย”
Key facts
- แม้อัตราเงินเฟ้อจะผ่อนคลายลงมาบ้าง จากเดิมในเดือนมิถุนายน ธปท.คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 2.8% แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันเชื่อว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ทั้งปีจะต่ำกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในไตรมาส 4
- แบงก์ชาติจับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2569 อย่างใกล้ชิด ทั้ง “เงินเฟ้อ”
- นอกจากนี้ ธปท.ติดตาม NPL อย่างใกล้ชิดและระมัดระวัง ซึ่ง NPL ได้เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่สูงนัก และไม่ได้อยู่ในระดับที่แย่ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจเริ่มผ่อนคลายขึ้น ทั้งนี้จากเดิมเมื่อเริ่มมีสงครามได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตได้ 1.5%
- นายวิทัยกล่าวว่า บทบาทของ ธปท.ในการดูแลเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไป นอกจากดูแลเสถียรภาพทางการเงิน ผ่านนโยบายอัตราดอกเบี้ยแล้ว ยังรวมถึงบทบาทในการดูแลประคับประคองเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างมั่นคงต่อเนื่อง และออกมาตรการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
Summary
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สงครามยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อราคาน้ำมันและพลังงาน จากที่เคยสูง 120-140 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งลดลงอย่างรวดเร็วอยู่ที่ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่เมื่อสงครามปะทุใหม่ ทำให้ราคาขยับสูงขึ้นเกือบ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ธปท.จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2569 มี 2 ความเสี่ยงที่ต้องติดตามเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด ได้แก่
แม้อัตราเงินเฟ้อจะผ่อนคลายลงมาบ้าง จากเดิมในเดือนมิถุนายน ธปท.คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 2.8% แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันเชื่อว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ทั้งปีจะต่ำกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในไตรมาส 4 ช่วงเดือนตุลาคมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะสูง 4-5% ก็อาจจะไม่สูงเท่านั้นเช่นกัน