Khaosod
ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ชี้ตลาดอสังหาฯ เข้าสู่ “ยุคผู้ซื้อ” เปิด 5 ทำเลซื้อ-เช่ายอดฮิต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เผยตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าสู่ภาวะ “ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรอง” จากผู้ประกอบการเร่งระบายสต๊อก ขณะที่ผู้ซื้อมีความตั้งใจตัดสินใจสูงขึ้น พร้อมเปิดข้อมูล 5 ทำเลยอดนิยมซื้อ-เช่าครึ่งแรกปี 2569 และแนะเอเยนต์ปรับกลยุทธ์สู่การเป็นที่ปรึกษา รับโอกาสตลาดมือสองและตลาดเช่าที่เติบโต
Key facts
- พร้อมกันนี้ DDproperty ยังเปิดเผยข้อมูลความต้องการซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งแรกปี 2569 โดยพบว่า ทำเลยอดนิยมสำหรับการซื้อในระดับราคา 1-3 ล้านบาท ได้แก่ บางจาก พระโขนง, สวนหลวง, บางนา, หัวหมาก และสำโรงเหนือ
- ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เผยตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าสู่ภาวะ “ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรอง”
- นายวิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย Think of Living และ DDproperty ในฐานะแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่มีฐานผู้ใช้งานและจำนวนประกาศขาย-เช่าของไทย เปิดเผยว่า DDproperty ได้นำข้อมูลเชิงลึกจากตลาดซื้อขายและตลาดเช่ามาวิเคราะห์
- ขณะเดียวกัน ตลาดบ้านมือสองมีสัญญาณคึกคักมากขึ้น โดยมูลค่าการซื้อขายเริ่มเข้าใกล้สัดส่วน 50% ของธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด สะท้อนว่าผู้ขายยอมปรับราคาลงเพื่อปิดการขายได้เร็วขึ้น
- ข้อมูลจาก DDproperty ยังพบว่า แม้จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์จะลดลงจากเฉลี่ยประมาณ 3 ล้านคนต่อเดือน เหลือกว่า 2 ล้านคน หรือลดลงเกือบ 30% แต่จำนวนผู้ติดต่อสอบถาม (Lead) ไปยังเอเยนต์กลับทรงตัว
- นอกจากนี้ DDproperty ยังนำข้อมูลจำนวนประกาศขาย (Listing) เปรียบเทียบกับจำนวนผู้สนใจ (Lead) ในแต่ละเซกเมนต์ เพื่อค้นหาช่องว่างของตลาด โดยพบว่าตลาดเช่าระดับราคา 20,000-30,000 บาทต่อเดือน และตลาดซื้อขายระดับราคา 5-10 ล้านบาท
Summary
โดยพบว่าภาพรวมตลาดในปัจจุบันสะท้อนชัดว่าอำนาจการต่อรองได้เปลี่ยนมาอยู่ฝั่งผู้ซื้อ ทั้งตลาดบ้านใหม่และบ้านมือสอง จากการที่ผู้ประกอบการเร่งระบายสต๊อกที่สร้างเสร็จแล้ว ท่ามกลางการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ชะลอลง
นายวิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย Think of Living และ DDproperty ในฐานะแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่มีฐานผู้ใช้งานและจำนวนประกาศขาย-เช่าของไทย เปิดเผยว่า DDproperty ได้นำข้อมูลเชิงลึกจากตลาดซื้อขายและตลาดเช่ามาวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ซื้อ นักลงทุน และเอเยนต์ หรือนายหน้าตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้อำนาจต่อรองจะอยู่กับผู้ซื้อในปัจจุบัน แต่บริษัทประเมินว่าโอกาสดังกล่าวอาจไม่ได้อยู่ตลอดไป เนื่องจากซัพพลายใหม่ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการดูดซับของบ้านแนวราบในกรุงเทพฯ ปรับดีขึ้น จากเดิมต้องใช้เวลาระบายสต๊อกราว 6 ปี ลดเหลือประมาณ 4 ปี แม้ยังสูงกว่าระดับปกติในช่วงตลาดดีที่ประมาณ 2 ปี แต่ก็สะท้อนว่าหากซัพพลายลดลงต่อเนื่อง การแข่งขันระหว่างผู้ซื้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป