iLaw
อติรุจ จำเลยคดีม.112 กรณีตะโกนใส่ขบวนเสด็จ ร.10 ถอนประกันตัว-ไม่ฎีกาต่อ รับโทษ 1 ปี 8 เดือน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
15 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ทนายความและนายประกันของอติรุจ จำเลยคดีมาตรา 112 และขัดขวางเจ้าพนักงานตามมาตรา 138 จากกรณีตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 ขณะเคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมสิริกิติ์เมื่อปี 2565 จะยื่นคำร้องขอถอนการประกันตัว หลังจากตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อและรับโทษตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวรวม 1 ปี 8 เดือน
Key facts
- 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ทนายความและนายประกันของอติรุจ จำเลยคดีมาตรา 112 และขัดขวางเจ้าพนักงานตามมาตรา 138 จากกรณีตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ”
- ตั้งแต่เวลา 13:30 น. อติรุจ พร้อมด้วยครอบครัวเดินทางมาถึงศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยมีประชาชนที่มาให้กำลังใจและผู้สังเกตการณ์ทยอยเดินทางมาถึง โดยอติรุจสวมใส่เสื้อสีดำลายสันติภาพ เขามีสีหน้าสดใสเมื่อเทียบกับครั้งที่ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
- เขาบอกว่า เขาปรึกษาครอบครัวและทนายความแล้วว่า การรับสารภาพอาจมีความเป็นไปบ้างที่จะได้โทษรอลงอาญา จึงตัดสินใจรับสารภาพในข้อหาตามมาตรา 112 และสู้คดีในข้อหาตามมาตรา 138 ต่อมาในเดือนธันวาคม 2566 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า
- หลังจากนั้นอติรุจได้รับการประกันตัวระหว่างการฎีกา จนกระทั่งในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เขาตัดสินใจถอนประกันตัวเพื่อรับโทษ หากเขาเดินเข้าเรือนจำในวันนี้ หากไม่มีการลดโทษผ่านการนิรโทษกรรมในข้อหาใดเลย เขาจะครบกำหนดโทษในช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2571
Summary
ตั้งแต่เวลา 13:30 น. อติรุจ พร้อมด้วยครอบครัวเดินทางมาถึงศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยมีประชาชนที่มาให้กำลังใจและผู้สังเกตการณ์ทยอยเดินทางมาถึง โดยอติรุจสวมใส่เสื้อสีดำลายสันติภาพ เขามีสีหน้าสดใสเมื่อเทียบกับครั้งที่ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่แปลกไปในวันนี้คือ อติรุจไม่ได้ผูกโบสีขาวที่ข้อมือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ในแคมเปญ Stand together และนิรโทษกรรมของภาคประชาชน อติรุจตอบว่า
เวลาประมาณ 15:00 น. ทนายความยื่นคำร้องขอถอนประกันตัว ระบุว่า คดีนี้ครบกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาของจำเลยภายในวันนี้ โดยคดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปี 8 เดือน และจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฎีกาเนื่องจากจำเลยไม่ประสงค์ยื่นฎีกาต่อศาลและขอรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องในฐานะนายประกันจึงขอส่งตัวจำเลยคืนต่อศาลเพื่อขอศาลออกหมายขังจำเลยตามกฎหมายต่อไป และผู้ร้องขอถอนหลักประกันจำเลยดังกล่าว ขอศาลอนุญาต
หลังจากนั้นอติรุจได้รับการประกันตัวระหว่างการฎีกา จนกระทั่งในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เขาตัดสินใจถอนประกันตัวเพื่อรับโทษ หากเขาเดินเข้าเรือนจำในวันนี้ หากไม่มีการลดโทษผ่านการนิรโทษกรรมในข้อหาใดเลย เขาจะครบกำหนดโทษในช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2571 หรือเพียงผ่านวันเกิดของเขาในเดือนมกราคมอีก 2 ครั้งเขาก็จะได้รับอิสรภาพ