Thai Post
รัฐบาลเขย่าโครงสร้างค่าไฟปลดล็อก ‘การไฟฟ้าประชาชน’ ทลายทุนผูกขาด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ค่าไฟทั้งระบบ แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะหลายเรื่องเป็นข้อเรียกร้องที่ประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานพูดกันมานาน แต่ไม่มีรัฐบาลใดเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมเท่าครั้งนี้
Key facts
- มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ค่าไฟทั้งระบบ แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ
- โละ5พันพ้น‘ขรก.’ กสถ.ฟันโกงสอบท้องถิ่น นายกฯสั่งสแกนทีมรมต.
- 'อนุทิน' เยือนจีน 16-20 ก.ค. เข้าพบ 'สี จิ้นผิง' ถก 'หลี่ เฉียง'
- นายกฯ แถลงคดีโกงสอบท้องถิ่น ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู นักการเมืองเอี่ยวต้องโดนลงโทษ 2-3 เท่า
- สาระของมติ กพช. ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขค่าไฟเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ “กล้ารื้อ”
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เหมือนเป็นการ ผ่าตัดโครงสร้างครั้งสำคัญทั้งการแยกไฟสาธารณะออกจากกลุ่มผู้ใช้ไฟเดิม และการลดค่าไฟสำหรับบ้านอยู่อาศัย 200 หน่วยแรก เหลือ 3 บาทต่อหน่วย
Summary
นี่คือการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ภาระที่รัฐควรรับผิดชอบ ไม่ควรถูกซ่อนไว้ในบิลค่าไฟของครัวเรือน การถอดต้นทุนส่วนนี้ออกจึงไม่ใช่แค่การลดค่าไฟ แต่เป็นการทำให้โครงสร้างค่าไฟโปร่งใส และเป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้น
เรื่องแรกคือการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน กพช. เห็นชอบให้ถอดต้นทุนไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ไฟถนน ออกจากอัตราที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟทั่วไป และกำหนดเป็นอัตราใหม่โดยเฉพาะ พร้อมให้ กกพ. ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อหาแหล่งเงินใหม่มารองรับ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.เสนอให้ปรับโซนนิ่งสถานบันเทิงว่า เดี๋ยวหารือ ในส่วนของโซนนิ่งอยู่กับกทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามให้เขาดูว่าปรับตรงไหนเหมาะสมอย่างไร พอบอกให้เขาปรับเขาก็บอกว่าหากยึดกฎหมายเดิมต้องอยู่ห่างจากโรงเรียนห่างวัดไม่เกินกี่กิโลเมตร ปรับไปตรงไหนก็ปรับไม่ได้