Matichon
สธ. เผยสถิติเฝ้าระวังกล้ามเนื้อหัวใจเฉียบพลัน พบผู้ป่วยวัยหนุ่มเพิ่ม เร่งยกระดับเครือข่ายโรคหัวใจ ‘STEMI ONE’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในทุกวินาทีที่ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (STEMI) เผชิญภาวะวิกฤต การทำงานแข่งกับเวลาคือหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด และในปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยในโรงพยาบาลลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงตั้งไว้ได้สำเร็จ นับเป็นความก้าวหน้าที่น่ายินดีอย่างยิ่งของระบบสาธารณสุขไทย
Key facts
- เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในทุกวินาทีที่ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (STEMI) เผชิญภาวะวิกฤต การทำงานแข่งกับเวลาคือหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด
- ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยอ่านผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจตั้งแต่บนรถพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อร่นระยะเวลาตั้งแต่พบผู้ป่วยจนถึงการวินิจฉัยให้สั้นที่สุด (ลดเวลา FMC to ECG ให้เหลือศูนย์ก่อนถึงโรงพยาบาล)
- นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบทะเบียน Thai ACS registry ซึ่งรวบรวมโดยสถาบันโรคทรวงอก แสดงให้เห็นแนวโน้มอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย STEMI ทั่วประเทศที่ลดลงอย่างต่อเนื่องหลายปีซ้อน โดยปี 2567 อยู่ที่ร้อยละ
- การยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลันให้เป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศ ผ่านโครงการ STEMI ONE ภายใต้แนวคิด “เชื่อมทุกเครือข่าย มาตรฐานเดียว รักษาทันเวลา ลดการเสียชีวิตจาก STEMI ทั่วประเทศ”
Summary
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำถึงมาตรการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศว่า กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่งจับมือทำงานร่วมกันและเชื่อมโยงเครือข่ายอย่างไร้รอยต่อ สิ่งสำคัญ คือ ต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์เฉพาะทาง พยาบาลวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ให้พร้อมช่วยเหลือคนไข้และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และปลอดภัย
โดยก้าวต่อไปของกระทรวงจะมุ่งสู่แนวคิด “เข้าถึงไว มีมาตรฐาน ทุกช่วงวัยปลอดภัยจากโรคหัวใจ” ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยอ่านผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจตั้งแต่บนรถพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อร่นระยะเวลาตั้งแต่พบผู้ป่วยจนถึงการวินิจฉัยให้สั้นที่สุด (ลดเวลา FMC to ECG ให้เหลือศูนย์ก่อนถึงโรงพยาบาล) 2.การรณรงค์เชิงรุกในกลุ่มประชากรอายุน้อยและเพศชาย เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพก่อนป่วย สกัดกั้นอัตราผู้ป่วยหน้าใหม่ 3.
นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบทะเบียน Thai ACS registry ซึ่งรวบรวมโดยสถาบันโรคทรวงอก แสดงให้เห็นแนวโน้มอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย STEMI ทั่วประเทศที่ลดลงอย่างต่อเนื่องหลายปีซ้อน โดยปี 2567 อยู่ที่ร้อยละ 9.01, ปี 2568 ลดลงเหลือร้อยละ 8.0 และปี 2569 ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงร้อยละ 7.85 ซึ่งบรรลุเป้าหมายระดับชาติที่ตั้งไว้ไม่เกินร้อยละ 8.0 ได้สำเร็จ จากการประมวลผลข้อมูลคนไข้เฉลี่ยปีละ 11,000 ราย