Prachachat
กดปุ่มขาย “บอนด์ออมพลัส” ผ่านบัญชีหุ้นไทยชูช่องทางใหม่ เพิ่มโอกาสรายย่อยเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว สำหรับ “ออมพลัส” พันธบัตรรัฐบาลมิติใหม่ ที่เพิ่มช่องทางเสนอขายผ่าน Bond Connect Platform ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยความร่วมมือกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อยกระดับการเข้าถึง “พันธบัตรออมทรัพย์” ได้ง่ายขึ้นด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ซึ่งเตรียมประเดิมเปิดจองลอตแรกวันที่ 3-5 ส.ค. นี้
Key facts
- กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2569 ที่เหลืออีก 2 เดือนจะสิ้นสุด ได้ตั้งวงเงินจำหน่ายบอนด์ออมพลัสไว้ที่ 8,000 ล้านบาท โดยลอตแรก 4,000 ล้านบาท จะจำหน่าย ผ่าน 2 ช่องทางจำหน่าย คือ แอปเป๋าตัง ซึ่งเป็นแบบ First Come First Serve และช่องทางใหม่ Bond
- ได้ง่ายขึ้นด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ซึ่งเตรียมประเดิมเปิดจองลอตแรกวันที่ 3-5 ส.ค. นี้
- กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มคิดโครงการ Bond Connect มาตั้งแต่เมื่อครั้งเสนอแผนการทำงาน เมื่อปี 2567 ซึ่งรู้สึกยินดีในวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง
- สบน. มีภารกิจที่จะจัดหาแหล่งเงินกู้ให้ทางรัฐบาล เพื่อนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และที่สำคัญคือการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งในปีนี้เราต้องหาเงินกู้ประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงโควิด
- ตรงนี้เป็นคีย์หลักสำคัญ เราอยากทำให้โอกาสไปถึงมือประชาชนทั่วไป ให้นักลงทุนทั่วไปได้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งการจองซื้อขั้นต่ำไม่ว่าคุณจะเป็น First Jobber หรือยังมีเงินออมไม่เยอะ อยากแบ่งเงินออมมาไว้ในพันธบัตรรัฐบาล แค่ 1,000 บาทก็ซื้อได้
Summary
“ตรงนี้เป็นคีย์หลักสำคัญ เราอยากทำให้โอกาสไปถึงมือประชาชนทั่วไป ให้นักลงทุนทั่วไปได้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งการจองซื้อขั้นต่ำไม่ว่าคุณจะเป็น First Jobber หรือยังมีเงินออมไม่เยอะ อยากแบ่งเงินออมมาไว้ในพันธบัตรรัฐบาล แค่ 1,000 บาทก็ซื้อได้ ขณะที่การจัดสรรแบบ Small Lot First จะทำให้เกิดการกระจายได้มากขึ้น”
โดยสอดคล้องกับพันธกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ตั้งใจจะสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ผู้ลงทุนได้เข้าถึงสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ช่วยเสริมการออม และความเสี่ยงต่ำ ด้วยความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน รวมถึงตัวแทนจำหน่าย 24 ราย แบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง และบริษัทหลักทรัพย์อีก 18 แห่ง
“ธปท. ในฐานะนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินของพันธบัตรรัฐบาล เราได้เตรียมความพร้อม ทั้งในด้านกระบวนการและระบบงานไว้แล้ว เพื่อรองรับการจัดจำหน่ายและการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ การวางหลักประกัน ตลอดจนการจ่ายเงินต้น และจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ลงทุน โดย ธปท.เชื่อว่าครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของตลาดพันธบัตรออมทรัพย์ไทย และเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในอนาคต โดยสามารถต่อยอดไปสู่ตราสารหนี้ประเภทอื่น ไปสู่ระบบตราสารไร้ใบ หรือ Scripless อย่างเต็มรูปแบบต่อไป”